
“สุเชษฐ์” ชี้ SET อ่อนตัว แนะรอซื้อบริเวณ 1,560 จุด ชู CENTEL-MTC-TOA-BCPG เด่นเก็งกำไร
“สุเชษฐ์ สุขแท้” ประเมิน SET มีโอกาสอ่อนตัวตามตลาดหุ้นเอเชีย แนะรอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,560 จุด พร้อมชู CENTEL-MTC-TOA-BCPG หุ้นเด่นเก็งกำไร ขณะที่หุ้นอิงน้ำมันยังต้องระมัดระวัง หลังราคาน้ำมันอ่อนตัว
นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ว่า ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ยังต้องระมัดระวังแรงอ่อนตัว หลังตลาดหุ้นในภูมิภาคหลายแห่ง อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ปรับตัวลง โดยประเมินแนวรับสำคัญของ SET Index อยู่บริเวณ 1,560 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,600 จุด
ทั้งนี้หากดัชนีอ่อนตัวลงมาแถว 1,570-1,560 จุด มองว่าเป็นจังหวะที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับการเข้าลงทุน ขณะที่นักลงทุนควรรอจังหวะและเพิ่มความระมัดระวังต่อแรงขายระยะสั้น เนื่องจากบรรยากาศตลาดหุ้นภูมิภาคยังอยู่ในลักษณะแกว่งตัว
สำหรับหุ้นที่น่าจับตา ได้แก่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 14.50 บาท ขณะที่แนวรับอยู่บริเวณ 13.50 บาท และหากอ่อนตัวลงใกล้ 13 บาท จะเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการเก็งกำไร
ส่วนบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG มีแนวรับบริเวณ 6.70-7.00 บาท หลังราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 7.50 บาท หากผ่านได้มีโอกาสขยับต่อไปที่ 8.00-8.50 บาท
ด้านบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC มีสัญญาณฟื้นตัวในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขยับขึ้นจากบริเวณ 27 บาท มาที่ราว 30 บาท หากผ่านแนวต้าน 30 บาทได้ มีเป้าหมายถัดไปที่ 31.75-32.00 บาท ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 30 บาท และ 29 บาท
ขณะที่บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ยังมีสัญญาณเชิงบวกตามหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โดยราคาหุ้นขยับขึ้นมาปิดบริเวณ 36.25 บาท แนวต้านถัดไปอยู่ที่ 38.50-39.00 บาท และมีโอกาสทดสอบระดับ 40 บาท หากโมเมนตัมยังต่อเนื่อง
ส่วนกลุ่มพลังงานและน้ำมันยังต้องระมัดระวัง เนื่องจากราคาน้ำมันมีทิศทางอ่อนตัวลง หลังสถานการณ์สงครามเริ่มคลี่คลาย และช่องแคบฮอร์มุซกลับมามีเรือน้ำมันสัญจรมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดมีการกระจายตัวดีขึ้น จึงอาจกดดันหุ้นที่อิงราคาน้ำมัน เช่น PTT, PTTEP, TOP, BCP รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมี
ขณะที่กลุ่มไฟฟ้าเริ่มมีความน่าสนใจหากราคาอ่อนตัวลง โดยเฉพาะ GULF หากปรับตัวลงมาใกล้ระดับ 60 บาท จะเป็นจุดที่น่าซื้อ ขณะที่ GPSC และ BGRIM ยังเคลื่อนไหวได้ไม่มากนัก เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากประเด็นเฉพาะตัวของหุ้นใหญ่ในกลุ่ม
นอกจากนี้ นายสุเชษฐ์ยังแนะนำให้ระมัดระวังสินทรัพย์อื่น ๆ โดยราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางแกว่งตัวอ่อนตัว ขณะที่ Bitcoin หลังปรับขึ้นมาทดสอบระดับ 64,000 ดอลลาร์ ยังมีแรงอ่อนตัวระยะสั้น นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเก็งกำไร
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจในช่วงนี้ นายสุเชษฐ์มองว่า กลุ่มธนาคารและลิสซิ่งยังเป็นกลุ่มที่โดดเด่น โดยเฉพาะธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ซึ่งยังมีส่วนต่างราคา หรือ Upside ค่อนข้างกว้าง โดยประเมินกรอบราคาเป้าหมายไว้บริเวณ 220-240 บาท ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL มีเป้าหมายสูงสุดบริเวณ 185 บาท ส่วน KTB, SCB และ TISCO มองว่าราคาหุ้นเริ่มสะท้อนปัจจัยบวกและเข้าใกล้มูลค่าเหมาะสมแล้ว
ด้านกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวก โดยเฉพาะบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ที่มีความโดดเด่นมาก และมีสัญญาณทางเทคนิคในทิศทางขาขึ้น ขณะที่ AOT มองว่าราคาบริเวณ 60 บาทเริ่มเต็มมูลค่าในระยะสั้น และอาจต้องรอช่วงไตรมาส 3-4 หรือช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม เพื่อประเมินโอกาสขยับขึ้นสู่ระดับ 65-70 บาท
สำหรับกลุ่มอาหารและพาณิชย์ แม้ต้นทุนทางธุรกิจจะเริ่มลดลงตามราคาพลังงาน แต่ราคาหุ้นในกลุ่มนี้ยังไม่ขยับเด่นมากนัก ไม่ว่าจะเป็น CPALL, CPAXT และ CPF โดยอยู่ระหว่างจับตาสัญญาณการกลับตัวของหุ้นในกลุ่มดังกล่าว