ส่อง 4 หุ้นรับ ครม.ไฟเขียวตั๋วร่วมรถไฟฟ้า โบรกชู BEM เด่นสุด ลุ้นกำไรปี 70 โต 13%

บล.กสิกรไทย ประเมินตลาดหุ้นไทยยังได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ หลัง ครม.ไฟเขียวตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท คาดหนุนผู้โดยสารเพิ่ม 10-20% พร้อมชู BEM เด่นสุด ลุ้นกำไรปี 2570 เพิ่ม 13% พร้อมมองบวก BTS, PLANB และ VGI รับอานิสงส์ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าใหม่ที่ 17-45 บาทต่อเที่ยว ครอบคลุมรถไฟฟ้าทั้ง 8 สาย พร้อมให้ชำระค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว และตั้งเป้าเริ่มใช้จริงในเดือนมกราคม 2570

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากนี้กระทรวงคมนาคมจะเร่งหารือเกี่ยวกับการจัดทำระบบ Clearing House เพื่อรองรับระบบจัดเก็บค่าโดยสารร่วม โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวเมื่อเดินทางเชื่อมต่อระหว่างสาย และผลักดันให้ทันช่วงปีใหม่ 2570

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุในบทวิเคราะห์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อนโยบายดังกล่าว เนื่องจากคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งธุรกิจรถไฟฟ้า และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางบนระบบราง เช่น ธุรกิจโฆษณาและพื้นที่เช่า จากจำนวนผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังค่าโดยสารเฉลี่ยลดลงและการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างสายสะดวกมากขึ้น

ทั้งนี้ ในระยะแรกการชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารให้ผู้ประกอบการ จะใช้เงินจากกองทุนของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ก่อนที่ระยะถัดไปจะมีการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานวงเงินประมาณ 2 แสนล้านบาท เพื่อใช้ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าบางส่วนภายในระยะเวลา 1.5-2 ปี

บล.กสิกรไทย ประเมินว่า จากวงเงินงบประมาณอุดหนุน ราคาค่าโดยสาร และปริมาณผู้โดยสารในปัจจุบัน จะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายโดยเฉลี่ยลดลงจากระดับ 30-35 บาทต่อเที่ยว ไม่รวมค่าเปลี่ยนสาย เหลือประมาณ 25 บาทต่อเที่ยว และคาดว่าจะช่วยหนุนจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นราว 10-20%

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากนโยบายตั๋วร่วม ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM, บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS, บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB และบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI

โดย BEM คาดว่าจะได้รับผลบวกมากที่สุด ซึ่ง บล.กสิกรไทย ประเมินว่านโยบายดังกล่าวอาจเป็นบวกต่อประมาณการกำไรปี 2570 สูงสุดราว 13% และมีอัพไซด์ต่อมูลค่าหุ้นประมาณ 0.50 บาทต่อหุ้น ภายใต้สมมติฐานจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 20% และบริษัทได้รับส่วนแบ่งจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 50%

ขณะที่ BTS คาดว่าจะได้รับผลบวกจากผลขาดทุนที่ลดลงประมาณ 956 ล้านบาท และมีอัพไซด์ต่อมูลค่าหุ้นราว 0.40 บาทต่อหุ้น ส่วนหุ้นสื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งมวลชนอย่าง VGI คาดว่าจะเป็นบวกต่อประมาณการกำไรปีบัญชี 2571 ราว 70% และมีอัพไซด์ต่อมูลค่าหุ้น 0.02 บาทต่อหุ้น ขณะที่ PLANB คาดว่าจะเป็นบวกต่อประมาณการกำไรปี 2570 ราว 3% และมีอัพไซด์ต่อมูลค่าหุ้น 0.01 บาทต่อหุ้น

โดยสรุป บล.กสิกรไทย มองว่านโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้าเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อกลุ่มขนส่งมวลชนและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นที่มีรายได้เชื่อมโยงกับจำนวนผู้โดยสารในระบบราง ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากต้นทุนการเดินทางที่ลดลง และการเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าที่สะดวกมากขึ้นในระยะถัดไป

นอกจากนี้ บล.กสิกรไทย ยังคงคำแนะนำ ซื้อหุ้น BEM ให้ราคาพื้นฐาน 10.31 บาท โดยมองเป็นหุ้น defensive play ที่มีความเสี่ยงขาลงจำกัด และมีปัจจัยหนุนจากนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า ซึ่งมีโอกาสช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารระบบราง รวมถึงโครงการทางด่วน 2 ชั้นที่คาดว่าจะได้รับการอนุมัติในช่วงไตรมาส 3-4 ของปี 2569

Back to top button