
“ดาโอ” แนะลงทุนหุ้นท่องเที่ยว! รับรัฐจ่อปัดฝุ่น Co-payment ชู ERW-CENTEL เด่น
บล.ดาโอ ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว “มากกว่าตลาด” รับต่างชาติจีน-ไต้หวันสัปดาห์ล่าสุดแห่เที่ยวไทย พ่วงรัฐจ่อปัดฝุ่น Co-payment-แจกตั๋วบินฟรี กระตุ้นท่องเที่ยวไตรมาส 4/69 รับไฮซีซั่น เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงแรม-การบิน ชู ERW เป้า 3.20 บาท และ CENTEL เป้า 37 บาท เด่นสุด
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวเริ่มกลับมาอยู่ในเรดาร์นักลงทุนอีกครั้ง หลังตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งสัญญาณฟื้นตัวจากตลาดหลักอย่างจีนและไต้หวัน ขณะที่ภาครัฐเตรียมเดินหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศรูปแบบ Co-payment วงเงินไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อช่วยสนับสนุนค่าโรงแรมและบริการท่องเที่ยว ซึ่งอาจกลายเป็นแรงส่งสำคัญต่อหุ้นกลุ่มโรงแรมและสายการบินในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยว
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DAOL ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มท่องเที่ยว (Overweight) จากกรณี รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวสีปดาห์ที่ผ่านมา (14-20 มิ.ย.) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 508,133 คน (โต 4% เทียสัปดาห์ก่อนหน้า และ ลดลง 3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 72,590 คน
โดยประเทศใน Top 5 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1) จีน 83,796 คน (โต 8% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า และ โต 23% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน), 2) โต้หวัน 21,043 คน (โต 18% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า) และ 3) มาเลเซีย 81,396 คน (โต 0.4% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า และ โต 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ส่วนประเทศใน Top 5 ที่ปรับตัวลดลง คือ 1) อินเดีย 43,633 คน (ลดลง 7% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า และ ลดลง 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) และ 2) สิงคโปร์ 24,225 คน (ลดลง 4% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า) โดยนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง (Dragon Boat Festival) vองจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า ได้เยอะที่สุด และนักท่องเที่ยวไต้หวันขึ้นมาติดอันดับ 5 จากสัปดาห์ก่อนที่อันดับ 7
นอกจากนี้ยังมีวันหยุดกลางสัปดาห์ของมาเลเซียส่งผลให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ด้านตลาดกลุ่มระยะใกล้ (short haul) มีจำนวนนักท่องเที่ยว 373,263 คน หรือเพิ่มขึ้น 3% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกล (long haul) มีจำนวน 134,870 คน หรือเพิ่มขึ้น 7% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-13 มิ.ย.69 ทั้งสิ้น 14,939,438 คน ลดลง 2.82% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (ที่มา: กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา)
นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เปิดเผยว่า ล่าสุดของโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศรูปแบบ Co-payment รัฐช่วยสนับสนุนค่าโรงแรมและบริการท่องเที่ยว คาดเริ่มเปิดจองสิทธิ์ในไตรมาส 4 ปี 2569 เบื้องต้นใช้งบไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท เปิดให้ประชาชนจองสิทธิ์ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านสิทธิ์ หรือคิดเป็นรัฐช่วยจ่ายสูงสุด 3,000 บาท/สิทธิ์ ด้านสัดส่วนระหว่างเงินที่รัฐช่วยจ่ายกับเงินที่ประชาชนออกเองจะอยู่ที่ 50:50 หรือ 60:40 นั้น ยังต้องรอข้อสรุปเพิ่มเติม โดยจะยื่นของบกลางปี 2570 มาจัดทำ ปัจจุบันอยู่ระหว่างสรุปชื่อโครงการอย่างเป็นทางการ และจะใช้แอปฯ “เป้าตัง” นอกจากนี้อยากผลักดันโครงการอื่นๆ เช่น โครงการ Buy International, Free Thailand Domestic Flights รัฐแจกตั๋วเครื่องบินฟรีในประเทศให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเข้าไทย และโครงการ Thailand Summer Blast รัฐสนับสนุนการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำและร่วมมือกับสายการบิน ส่วน “ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ” (Travel Fee) หรือ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” นำเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย หลังแนวคนี้มีมา 7-8 ปีแล้ว
ล่าสุดอาจมีการปรับอัตราจัดเก็บเป็น “300-500 บาท/คน/ครั้ง” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทางอากาศ จากเดิมกำหนดอัตราจัดเก็บไว้ที่ 300บาท/คน/ครั้ง และคาดว่าจะเริ่มจัดเก็บได้ในต้นปี 70 หลังเสร็จสิ้นการเจรจากับสายการบินเรื่องวิจัดเก็บและได้ข้อสรูปเรื่องเบี้ยประกันภัย
ด้าน DAOL: มองเป็นกลางจากจำนวนนักท่องเที่ยวรวมที่เพิ่มขึ้นเทียบสัปดาห์ก่อน ตามคาดเพราะเป็นช่วงเทศกาลไหว้บีะจ่าง (Dragon Boat Festival) ซึ่งตรงกับวันที่ 19 มิ.ย.69 ทำให้นักท่องเที่ยวจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ทั้งเทียบสัปดาห์ก่อนหน้า และเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน นักท่องเที่ยวจีนยังคงเพิ่มขึ้นถึง 23% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 25% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ของนักท่องเที่ยวจีนได้ต่อเนื่องตลอดเดือน มิ.ย.69 จากฐานต่ำจากปีก่อน ประกอบกับจีนมีการย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาหลีใต้และอาเซียนเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้หากคิดแค่นักท่องเที่ยวรวมแบบหักนักท่องเที่ยวมาเลเซียออกจะก็ยังคงเห็นการเติบโตได้ที่ +5%เทียบสัปดาห์ก่อนหน้าด้านนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรปสัปดาห์นี้กลับมาฟื้นตัวได้เช่นกันที่ 15% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้าและ โต 7% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้าตามลำดับ
โดยสัปดาห์หน้าเราคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมจะลดลงเทียบสัปดาห์ก่อนหน้าเพราะได้ผ่านช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างไปแล้ว ประกอบกับตลาดอินเดียมีปัจจัยท้าทายจากจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง อย่างไรก็ดีมองว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรายสัปดาห์ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน พ.ค. (เกิดขึ้นเป็นปกติช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา) โดยวันที่ 11-17 พ.ค.69 จำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 469,173 คน เทียบกับล่าสุดที่ 486,669 คน ทำให้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะทำจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/69 และจะจะฟื้นตัวได้โดดเด่นในช่วงไตรมาส 4/69 จากงาน event หลายงานที่เข้ามาช่วยหนุน ทั้งนี้หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยเรียงลำดับตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR
โดยมองเป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว หากมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งหมดเกิดขึ้นจริงโดย 1) โครเการกระต้นท่องที่ยดกายในประเทศรูปแบบ Co-payment จะคล้ายโครงการเราเที่ยวด้วยกันเดิม (เมื่อเทียบกับโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟสที่ 1 ที่ 5 ล้านสิทธิ์, เฟสที่ 2 ที่ 1 ล้านสิทธิ์, เฟสที่ 3 ที่ 2 ล้านสิทธิ์. เฟสที่ 4 1.5 ล้านสิทธิ์ และเฟสที่ 5 อีก 5.6 แสนสิทธิ์ โดยทั้ง 5 เฟสผ่านแอฟเป้าตัง โดยรัฐจ่ายค่าห้องพักให้ 40% สูงสุด 10 คืน ส่วนเที่ยวคนละครึ่งเฟสล่าสุดที่ 1 ล้านสิทธิ์ ผ่านแอฟ ททท. โดยรัฐจ่ายค่าห้องพักให้ 50% สูงสุด 5 คืน) โดยจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในช่วงไตรมาส 4/69 2) โครงการ Buy International, Free Thailand Domestic Flights รัฐแจกตั๋วเครื่องบินฟรีในประเทศให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเข้าไทย และโครงการ Thailand Summer Blast รัฐสนับสนุนการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำและร่วมมือกับสายการบิน ซึ่งเคยพูดถึงกันมาก่อนหน้านี้แล้วช่วงเดือน ส.ค.68 ที่ผ่านมา (อิงจากข่าวรอบก่อนภาครัฐจะมีการแจกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 2 แสนคน โดยรัฐจะใช้งบประมาณราว 700 ล้านบาท โดยจะจ่ายแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่นั่งละ 1,750 บาทต่อเที่ยว หรือไป-กลับ รวม 3,500 บาท ในจำนวน 200,000 คน หรือ 400,000 ที่นั่ง ให้กับ 6 สายการบินภายในประเทศไทย ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และเวียตเจ็ทไทยแลนด์)
โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวในประเทศที่จะดีขึ้นเรียงลำดับจากมากไปน้อยตามสัดส่วนรายได้ในประเทศ ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR และกลุ่มสายการบินเรามองเป็นบวก (AAV, BA, THA) ที่จะช่วยหนุนการท่องเที่ยวในประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะ AAV (ถือเป้า 1.12 บาท) ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเส้นทางในประเทศสูงสุดที่ราว 40% อย่างไรก็ตาม AAV อาจมีปัจจัยกดดันระยะสั้นจากผลการดำเนินงานไตรมาส 2-ไตรมาส 3/69 จะยังขาดทุนมาก จากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่วน 3) ค่าเหยียบแผ่นดิน นำเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย มองเป็น sentiment เชิงลบ แต่อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินมีมาตั้งแต่ปี 2565 แต่ก็ยังไม่เคยทำได้เลย ทั้งนี้จากข้อมูลในปี 2567 ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อทธิปอยู่ที่ 47,400 บาท/คน เพิ่มขึ้น 1% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (ปี 2562 อยู่ที่ 47,896 บาท/คน) ซึ่งการเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทางช่องทางทางอากาศคนละ 300-500 บาท(เพิ่มขึ้นจากข่าวก่อนหน้านี้ที่จะคิดที่ 300 บาท) คิดเป็น 0.6-1.1% ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเล็กน้อยแต่ไม่น่ามีนัยสำคัญมากนัก
ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2569 ที่ 30 ล้านคน/4.8 ล้านคน เราประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2569 จะอยู่ที่ 30 ล้านคน ลดลง 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปี 2568 ที่ 33 ล้านคน ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2569 จะอยู่ที่ 4.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปี 2568 ที่ 4.5 ล้านคน ลดลง 34% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดยชอบ ERW (ซื้อเป้า 3.20 บาท) จากภาพรวม RevPAR ที่ไม่รวม Budget ใน ไตรมาส 2/69 ยังคงเพิ่มขึ้นได้ดีอย่างต่อเนื่องอีก โต 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (เด่นสุดในกลุ่ม) จากไตรมาส 2/68 ที่ ลดลง 13% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ช่วงไตรมาส 4/68 จะมีงาน event อย่าง World Bank and IMF meetings เดือนต.ค.69 และ Tomorrowland เดือน ธ.ค.69 ซึ่งเริ่มมียอดจองเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Occ. Rate สูงถึง 80% แล้ว
ขณะที่ ERW ได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น เพราะมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องที่ยวที่ 14% และยังชอบ CENTEL (ซื้อ/ปีท 37.00 บาท) จากคาดหวัง Long haul และดูโบจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้หลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากนักท่องเที่ยวมัลดีฟส์ที่เริ่มฟื้นตัวได้ดี ด้าน Valuation ซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 9x เทียบเท่า -1.00SD ย้อนหลัง 8 ปี

