PCE มั่นใจ Q2 ฟื้น รับแรงหนุน B100 เต็มไตรมาส ยอดขายพุ่ง 80% พลิกกลับรายการบัญชีดันกำไร

PCE ส่งสัญญาณผลงาน Q2/69 ฟื้นตัวเด่น รับแรงหนุนธุรกิจ B100 หลังรัฐเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล B7-B20 ดันยอดขายโต 70-80% พร้อมคาดหวังกลับรายการ Mark to Market หนุนกำไร


นายกีรติ ไชยะกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีทิศทางดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงหนุนของธุรกิจไบโอดีเซล (B100) ที่ได้รับผลบวกจากนโยบายภาครัฐปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 รวมถึงทางเลือก B20 ทำให้ปริมาณคำสั่งซื้อและยอดขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

โดยปริมาณขาย B100 เติบโตประมาณ 70-80% จากช่วงที่ยังเป็น B5 และเริ่มรับรู้ผลบวกเต็มไตรมาสในไตรมาส 2 หลังจากไตรมาส 1 ได้รับผลกระทบจากช่วงเวลาการประกาศนโยบายและการส่งมอบที่เกิดขึ้นเพียงระยะสั้น

นายกีรติ กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจ B100 ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงที่สุดในพอร์ตของบริษัท โดยมีมาร์จิ้นอยู่ประมาณ 6-10% ขึ้นอยู่กับราคาวัตถุดิบและสถานการณ์ตลาด ขณะที่ธุรกิจเทรดดิ้งน้ำมันปาล์มดิบมีมาร์จิ้นเฉลี่ยประมาณ 2-3% และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่น ๆ อยู่ที่ประมาณ 4-5%

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าให้ธุรกิจ B100 มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 20-25% ของรายได้รวมในปีนี้ หลังมองเห็นโอกาสจากความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพที่เพิ่มขึ้น

สำหรับกำลังการผลิต B100 ปัจจุบัน บริษัทสามารถผลิตได้ประมาณ 1-1.2 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500,000-600,000 ลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นการใช้กำลังการผลิตประมาณ 50% ทำให้บริษัทยังสามารถรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม

“New Biodiesel เป็นผู้ผลิต B100 รายเดียวในภาคใต้ ทำให้มีความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบและฐานลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่มีสถานีบริการในพื้นที่ภาคใต้” นายกีรติ กล่าว

ส่วนกรณีผลประกอบการไตรมาส 1 ที่ได้รับผลกระทบจากรายการ Mark to Market ของสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) นายกีรติอธิบายว่า เป็นผลจากมาตรฐานบัญชีที่ต้องประเมินมูลค่าสัญญาตามราคาตลาด ณ วันสิ้นงวด แม้บริษัทยังไม่ได้ส่งมอบสินค้าและรับรู้รายได้จริง

โดยบริษัทได้ทำสัญญาล็อกอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ระดับประมาณ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อถึงวันที่ประเมินมูลค่า ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 32 บาท ส่งผลให้ต้องบันทึกผลขาดทุนทางบัญชีจากส่วนต่างดังกล่าวประมาณ 100 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการส่งมอบสินค้าในไตรมาส 2 รายการดังกล่าวจะทยอยกลับรายการ (Reverse) เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากการขายสินค้า ส่งผลให้ผลกระทบจาก Mark to Market ลดลงอย่างมาก โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถเรียกคืนรายการดังกล่าวกลับมาได้ประมาณ 70-80%

นายกีรติ ระบุว่า ไตรมาส 2 จะได้รับแรงหนุนทั้งจากกำไรปกติของธุรกิจ และการกลับรายการทางบัญชีที่เกิดขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ทำให้แนวโน้มผลประกอบการมีโอกาสเติบโตดีกว่าปกติ

ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารพอร์ตการขายได้อย่างยืดหยุ่น ระหว่างตลาดส่งออกและตลาดในประเทศ หากตลาด B100 ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า บริษัทสามารถปรับสัดส่วนการจำหน่ายเข้าสู่ตลาดในประเทศได้ โดยไม่กระทบต่อการบริหารลูกค้า เนื่องจากตลาดน้ำมันปาล์มยังมีความต้องการต่อเนื่อง

PCE มองว่าการบริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์ระหว่างธุรกิจพลังงานและธุรกิจน้ำมันปาล์ม จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความมั่นคงด้านรายได้ในระยะยาว โดยบริษัทพร้อมใช้โอกาสจากความต้องการพลังงนทางเลือกและผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมันที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

Back to top button