รฟท. รอเอกชนยื่นเสนอปม “สิ้นสุดสัญญา” รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

“อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง” รับรอเอกชนยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ ปมสิ้นสุดสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน หลังโครงการเจอปัญหาความคุ้มทุนและแหล่งเงินทุน พร้อมเดินหน้าพิจารณาตามข้อกฎหมาย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 มิ.ย. 69) นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เปิดเผยผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” ถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ว่า ภายหลังการหารือร่วมระหว่าง รฟท. บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญา และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้โครงการเหลือทางเลือกหลัก 2 แนวทาง คือ การเดินหน้าต่อภายใต้การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน หรือการเข้าสู่กระบวนการสิ้นสุดสัญญา

นายอนันต์ระบุว่า การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเอกชนคู่สัญญาเสนอให้มีการเจรจาเรื่องการสิ้นสุดสัญญา เนื่องจากโครงการประสบปัญหาด้านความคุ้มทุนและการจัดหาแหล่งเงินทุน หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะสงคราม ทำให้บริบทของโครงการเปลี่ยนแปลงไปจากช่วงลงนามสัญญาเมื่อปี 2562 อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ สัญญาร่วมลงทุนมีเงื่อนไขเกี่ยวกับเหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญาหลายกรณี เช่น โครงการดำเนินงานครบอายุสัญญา 50 ปี, เงื่อนไขก่อนเริ่มงานยังไม่แล้วเสร็จ เช่น การส่งมอบพื้นที่หรือการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI รวมถึงกรณีเหตุสุดวิสัย เหตุผ่อนผัน ความผิดของคู่สัญญา หรือเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม แม้สัญญาจะระบุถึงเหตุสุดวิสัย เช่น โรคระบาดและสงคราม แต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินหรือการดำเนินการทางการเงิน ไม่ได้ถูกกำหนดไว้โดยตรงว่าเป็นเหตุสุดวิสัย จึงต้องพิจารณารายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันโครงการยังมีบันทึกข้อตกลงร่วม หรือ MOU ระหว่าง รฟท. และเอกชนคู่สัญญา เนื่องจากเอกชนยังมีปัญหาในการจัดหาเงินทุน ขณะที่ รฟท. ยังจำเป็นต้องเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ต่อไป ทำให้ประเด็นการชำระเงินยังอยู่ภายใต้ข้อตกลงระหว่างทั้งสองฝ่าย และยังไม่เริ่มนับกำหนดชำระเงินตามเงื่อนไขของสัญญา

โดยนายอนันต์ยอมรับว่า ปัญหาความไม่คุ้มทุนของโครงการเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณา โดยเดิมผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งไม่สูงมาก และหลังเกิดผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ผลตอบแทนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้สถาบันการเงินต้องประเมินความเสี่ยงใหม่ และยังไม่ปล่อยเงินกู้ให้กับโครงการ

สำหรับขั้นตอนต่อไป รฟท. จะรอให้เอกชนยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการว่า ประสงค์จะใช้สิทธิตามสัญญาข้อใดเกี่ยวกับการสิ้นสุดสัญญา จากนั้นจะรวบรวมข้อเท็จจริง พิจารณาข้อกฎหมาย และเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาตามลำดับ โดยต้องผ่านคณะกรรมการกำกับและคณะกรรมการบริหารสัญญา ก่อนเสนอไปยัง กพอ. ต่อไป

นายอนันต์ย้ำว่า ขณะนี้แนวทางการใช้เหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญายังเป็นข้อเสนอจากฝ่ายเอกชน โดย รฟท. อยู่ระหว่างรอข้อเสนออย่างเป็นทางการ และจะพิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมายและเงื่อนไขของสัญญาต่อไป

Back to top button