KKPS ชี้แบงก์พ้นจุดต่ำสุด แนะสะสม KBANK-KTB รับสินเชื่อฟื้น-ปันผลสูง

KKPS ชี้กลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยไตรมาส 2/69 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ NIM จะผ่านจุดต่ำสุด ขณะที่สินเชื่อเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว พร้อมประเมินยีลด์ปันผลอยู่ในระดับที่น่าดึงดูด ชู KBANK-KTB เป็นหุ้นเด่น


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ระบุว่า แรงกดดันต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2/2569 กำลังคลี่คลายลงและผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสนี้ โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมาธนาคารประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพอร์ตสินเชื่อไปยังกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำและให้อัตราผลตอบแทนที่ดีขึ้น ส่งผลดีต่อโครงสร้างรายได้ โดยคาดการณ์ว่า NIM ของกลุ่มจะลดลงเพียง 0.02% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 2.65% ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดของรอบการผ่อนคลายนโยบายนี้แล้ว

ด้านสินเชื่อเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อภาคธุรกิจที่มีแรงหนุนจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนและสินเชื่อที่มีหลักประกัน ฝ่ายวิจัยประเมินว่าความต้องการสินเชื่อกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในทิศทางที่ดีขึ้น และคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อในไตรมาส 2/2569 จะขยายตัวได้ 0.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 1.3% นับตั้งแต่ต้นปี

นอกจากนี้ ปัจจัยพื้นฐานของการดำเนินงานหลักยังคงแข็งแกร่ง โดยกลุ่มธนาคารยังมีปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตดี คุณภาพสินทรัพย์ที่ทรงตัว ต้นทุนสินเชื่อที่ปรับตัวลดลง และการมีระดับการตั้งสำรองที่สูงคอยหนุนความสามารถในการทำกำไร ส่งผลให้ผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 คาดว่าจะทำได้ถึง 52% ของประมาณการกำไรทั้งปี ซึ่งยังคงแข็งแกร่งและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ ความน่าสนใจของกลุ่มธนาคารคือ “ผลตอบแทนจากการลงทุน” หรือการจ่ายเงินปันผลที่อยู่ในระดับน่าดึงดูด คาดการณ์ว่าเงินปันผลต่อหุ้นระหว่างกาลจะปรับตัวสูงขึ้นสำหรับ บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และ บริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB โดยในส่วนของ TTB ยังได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากจำนวนหุ้นที่ลดลงตามโครงการซื้อหุ้นคืนอีกด้วย

ขณะที่ภาพรวมอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของกลุ่มธนาคารในปี 2569 ประเมินว่าจะสูงถึง 5.7-6.9% ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อ KTB จากจุดเด่นด้านกำไรที่ทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจ การได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนของภาครัฐ และอัตราปันผลที่จูงใจ พร้อมทั้งยกให้ KBANK เป็นหุ้นเด่นที่ชื่นชอบมากที่สุดจากความโดดเด่นรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับตัวดีขึ้น ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และโอกาสในเพิ่มการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้นในอนาคต

Back to top button