
AOT กางแผนขยาย 6 สนามบิน เร่งแก้จุดคอขวด เพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสาร 211 ล้านคนต่อปี
AOT เดินหน้าแผนขยาย 6 สนามบิน หลังผู้โดยสารรวมแตะ 126 ล้านคน สูงกว่าศักยภาพรองรับปัจจุบันที่ 116 ล้านคน เร่งเพิ่มขีดความสามารถสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงใหม่-หาดใหญ่-เชียงราย สู่เป้าหมาย 211 ล้านคนต่อปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ก.ค.69) นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า AOT อยู่ระหว่างเดินหน้าแผนพัฒนาท่าอากาศยานในความรับผิดชอบทั้ง 6 แห่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุดรวมเป็น 211 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันที่มีศักยภาพรองรับรวมประมาณ 116 ล้านคนต่อปี ขณะที่จำนวนผู้โดยสารจริงเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 126 ล้านคนต่อปี ส่งผลให้เริ่มมีความแออัดในบางจุด และจำเป็นต้องทยอยเพิ่มขีดความสามารถรองรับ
สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารประมาณ 60 ล้านคนต่อปี ขณะที่ปีที่ผ่านมามีผู้โดยสารแล้วประมาณ 62.5 ล้านคน โดย AOT ได้เพิ่มขีดความสามารถด้าน Airside ผ่านการเปิดใช้ทางวิ่งเส้นที่ 3 ทำให้รองรับเที่ยวบินเพิ่มขึ้นจาก 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เป็น 85 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ส่งผลให้คอขวดหลักในปัจจุบันย้ายมาอยู่ที่ฝั่ง Landside ได้แก่ เคาน์เตอร์เช็กอิน ระบบสายพานรับกระเป๋า และพื้นที่จราจรหน้าอาคาร
ทั้งนี้ AOT เตรียมพัฒนาโครงการ East Expansion บนพื้นที่ประมาณ 88,000 ตารางเมตร บริเวณพื้นที่ว่างด้านตะวันออก ระหว่างอาคารเทียบเครื่องบิน Concourse A กับอาคารผู้โดยสารหลัก เพื่อเพิ่มพื้นที่เช็กอิน จุดตรวจค้น ด่านตรวจคนเข้าเมือง และระบบสายพานลำเลียงสัมภาระ โดยจะช่วยเพิ่มศักยภาพอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิจาก 60 ล้านคน เป็น 70 ล้านคนต่อปี หากเริ่มก่อสร้างได้ในต้นปี 2570 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2574
ขณะเดียวกัน AOT อยู่ระหว่างจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ด้านทิศใต้ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ South Terminal ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มอาคารผู้โดยสารด้านใต้ และทางวิ่งเส้นที่ 4 โดยแบ่งการพัฒนาเป็นหลายระยะ เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดให้บริการ South Terminal เฟสแรกในปี 2576 รองรับผู้โดยสารได้เพิ่ม 15 ล้านคนต่อปี ก่อนเปิดเฟส 2 ในปี 2578 เพิ่มอีก 15 ล้านคนต่อปี ส่งผลให้สุวรรณภูมิมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารรวมประมาณ 100 ล้านคนต่อปี ก่อนพิจารณาเฟสถัดไปตามการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร
ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง AOT มีแผนเพิ่มศักยภาพจาก 30 ล้านคน เป็น 40 ล้านคนต่อปี ผ่านการพัฒนาอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 หรือ Terminal 3 บริเวณอาคารผู้โดยสารภายในประเทศเดิม พร้อมปรับระบบถนนภายในสนามบินใหม่ โดยเฉพาะทางยกระดับ 6 ช่องจราจร ซึ่งจะเชื่อมต่อกับดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วยแยกการจราจรระหว่างผู้โดยสารภายในประเทศและระหว่างประเทศ ลดความแออัดหน้าอาคารผู้โดยสาร หากได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในต้นปี 2570 และใช้เวลาประมาณ 5 ปี หรือเปิดบริการราวปี 2575
ขณะที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารประมาณ 17.8 ล้านคนต่อปี ใกล้เต็มศักยภาพทางวิ่งที่รองรับได้ประมาณ 18 ล้านคนต่อปี แต่ข้อจำกัดหลักอยู่ที่อาคารผู้โดยสารซึ่งรองรับได้ประมาณ 12 ล้านคนต่อปี AOT จึงมีแผนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพอาคารเป็น 18 ล้านคนต่อปี พร้อมปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศและพื้นที่พักคอยผู้โดยสารให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น
สำหรับท่าอากาศยานเชียงใหม่ AOT อยู่ระหว่างปรับแผนพัฒนาอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ให้รองรับทั้งผู้โดยสารภายในประเทศและระหว่างประเทศในอาคารเดียว จากเดิมที่วางแผนให้อาคารใหม่เป็นอาคารระหว่างประเทศเท่านั้น เนื่องจากโครงสร้างผู้โดยสารปัจจุบันเป็นผู้โดยสารภายในประเทศราว 80% และผู้โดยสารระหว่างประเทศราว 20% โดยอาคารใหม่ในระยะแรกจะรองรับได้ประมาณ 13 ล้านคนต่อปี พร้อมพัฒนาถนนเชื่อมต่อถนนมหิดลกับถนนเชียงใหม่-หางดง เพื่อระบายการจราจรหน้าอาคารผู้โดยสาร
ส่วนท่าอากาศยานหาดใหญ่ AOT อยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทระยะยาวเพื่อพิจารณาการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่ ขณะเดียวกันจะปรับปรุงอาคารเดิมซึ่งมีอายุการใช้งานยาวนาน โดยเพิ่มจุดตรวจค้นจาก 2 จุด เป็น 4 จุด ปรับปรุงพื้นที่ตรวจสัมภาระก่อนเข้าอาคาร ขยายพื้นที่ห้องพักคอยผู้โดยสาร และปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์ ซึ่งเป็นบริบทเฉพาะของท่าอากาศยานหาดใหญ่
ขณะที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย AOT อยู่ระหว่างออกแบบอาคารผู้โดยสารใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสารจากประมาณ 3 ล้านคน เป็น 6 ล้านคนต่อปี โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 5-6 ปี ขณะเดียวกันจะเร่งปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิม ทั้งบริเวณทางเข้า พื้นที่เช็กอิน ห้องพักคอย และห้องน้ำ โดยคาดว่าจะได้ผู้รับจ้างภายในปีนี้ และใช้เวลาปรับปรุงประมาณ 1 ปี
นางสาวปวีณา ระบุว่า การพัฒนาท่าอากาศยานของ AOT จะทยอยดำเนินการตามการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร เพื่อให้การลงทุนเกิดความเหมาะสม ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนดำเนินงาน และรักษาระดับการให้บริการของสนามบินให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

