
กบข. มั่นใจหุ้นไทยน่าลงทุน ดันสมาชิกสวิตช์กลับเข้ากองหุ้นไทย
กบข.เผย ผลตอบแทนแผนหลัก YTD แตะ 7.2-7.3% จากการกระจายลงทุนทั่วโลก ระบุสมาชิกมี Financial Literacy สูงขึ้น เลือกลงทุนเองผ่าน DIY เพิ่มต่อเนื่อง และหันกลับมาลงทุนในหุ้นไทยหลังเห็นโอกาสจากราคาที่น่าสนใจ
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กบข.มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นเงินกองทุนของสมาชิกประมาณ 500,000 ล้านบาท และเงินสำรองที่บริหารให้ภาครัฐอีกส่วนหนึ่ง โดยผลตอบแทนของแผนหลัก (GAL) ตั้งแต่ต้นปี (YTD) อยู่ที่ประมาณ 7.2-7.3%
สำหรับนโยบายการลงทุนของ กบข. ยังคงเน้นการกระจายความเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ โดยจัดสรรสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในสัดส่วนที่สมดุล พร้อมลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก (Private Market) ราว 20% รวมถึงทองคำ เพื่อช่วยเพิ่มเสถียรภาพและสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้กับพอร์ตการลงทุน
ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยถือเป็น “โอกาส” จากระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่อยู่ในระดับน่าสนใจ ประกอบกับมีปัจจัยบวกจากความชัดเจนของนโยบายส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ คือ การมีเสถียรภาพทางการเมือง และการผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นอกจากนี้ กบข.ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในธีมเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ได้แก่ ธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดาต้าเซ็นเตอร์ และพลังงานสะอาด ซึ่งแม้ปัจจุบันจะยังมีสัดส่วนในตลาดหุ้นไทยไม่มากนัก แต่เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว
ดร.ศรพล กล่าวว่า ปัจจุบัน กบข.มีสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย โดยพบว่าสมาชิกมีความรู้ด้านการเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเลือกปรับแผนการลงทุนด้วยตนเอง (DIY) มากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้นไทย หลังมองเห็นโอกาสจากระดับราคาหุ้นที่น่าสนใจ ทั้งนี้ พฤติกรรมของสมาชิกมีการปรับเปลี่ยนตามภาวะตลาด โดยในช่วงที่ผ่านมา สมาชิกจำนวนหนึ่งเคยปรับเงินลงทุนไปยังกองทุนทองคำหรือหุ้นต่างประเทศเมื่อให้ผลตอบแทนโดดเด่น แต่เมื่อมองเห็นโอกาสในตลาดหุ้นไทยก็เริ่มทยอยสับเปลี่ยนกลับเข้ามาลงทุนในกองทุนหุ้นไทยมากขึ้น สะท้อนว่าสมาชิกมีความเข้าใจด้านการลงทุนและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด
ปัจจุบันสมาชิกยังใช้แอปพลิเคชันของ กบข. เพื่อติดตามผลตอบแทน ตรวจสอบมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) และจำลองเงินออมหลังเกษียณ เพื่อวางแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง แม้ว่าสัดส่วนสมาชิกที่เลือกแผนลงทุนแบบ DIY ยังไม่สูงเมื่อเทียบกับสมาชิกทั้งหมด แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม กบข.ยังคงเน้นย้ำให้สมาชิกให้ความสำคัญกับวินัยการออม โดยเฉพาะการเริ่มออมตั้งแต่อายุยังน้อยและการออมเพิ่มอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนขึ้นอยู่กับภาวะตลาด จึงควรกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง
นอกจากนี้ กบข.ยังสนับสนุนให้สมาชิกเลือก “ออมต่อ” หลังเกษียณ แทนการถอนเงินออกมาทั้งหมด เพื่อให้เงินออมยังคงได้รับการบริหารอย่างมืออาชีพ สร้างโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนต่อเนื่อง และช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงทางการเงินจากการถือเงินก้อนใหญ่หลังเกษียณ

