
KBANK เร่งยกระดับบริการ Estate Planning ส่งต่อทรัพย์สินยั่งยืน
KBANK เผยผลศึกษาพบครอบครัวผู้มีความมั่งคั่งสูงในไทยมีเพียง 21.2% ที่มีเป้าหมายร่วมในการบริหารและส่งต่อความมั่งคั่ง และแค่ 18.2% มีแผนสืบทอดที่เป็นรูปธรรม สะท้อนความท้าทายของยุค The Great Wealth Transfer พร้อมยกระดับบริการ Estate Planning ร่วมกับลอมบาร์ด โอเดียร์ ครอบคลุมการวางแผนทรัพย์สิน ธุรกิจครอบครัว และ Family Office เพื่อรักษาและส่งต่อความมั่งคั่งสู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
นายพีระพัฒน์ เหรียญประยูร Managing Director, Family Wealth Solution Head – Estate Planning Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ความท้าทายของ The Great Wealth Transfer ไม่ได้อยู่ที่ มูลค่าทรัพย์สิน แต่คือการวางแผนการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านเป้าหมาย ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของครอบครัว และโครงสร้างที่ยืดหยุ่นและปรับตัวไปตามสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ท่ามกลางความเสี่ยงที่จะทำให้สินทรัพย์มีมูลค่าลดลง โดยเฉพาะในบริบทที่เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เทคโนโลยี AI ค่านิยมที่ปรับเปลี่ยนไป กฎเกณฑ์ด้านภาษีและกฎหมายมีความซับซ้อนมากขึ้น การส่งต่อความมั่งคั่งจึงไม่ได้มีแค่รูปแบบเดิม ๆ อีกต่อไป
จากการศึกษากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNW Study) ร่วมกันระหว่างเคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง กับ ลอมบาร์ด โอเดียร์ พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านไพรเวทแบงก์กิ้งระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ พบข้อมูลที่น่ากังวลว่า มีเพียง 21.2% ของครอบครัวผู้มีความมั่งคั่งสูงในประเทศไทย ที่มีความเข้าใจและเป้าหมายร่วมกันเกี่ยวกับการบริหารและส่งต่อความมั่งคั่งของครอบครัวอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ในการสำรวจกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงกว่า 390 รายทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ยังชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างความมั่งคั่งและธุรกิจครอบครัวในเอเชีย ผ่าน 3 ประเด็นท้าทายสำคัญ ดังต่อไปนี้
แม้ว่ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงในประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่งคั่งเป็นอันดับแรก โดย 72.7% มองว่าเป็นเป้าหมายหลักในการส่งต่อหรือรับช่วงความมั่งคั่งของครอบครัว แต่มีเพียง 18.2% เท่านั้น ที่มีแผนการสืบทอดความมั่งคั่งที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ 26.9% ขณะที่เกือบ 40% ยอมรับว่ายังไม่เคยมีการวางแผนสืบทอดใด ๆ
ทั้งนี้ ผู้ก่อตั้งธุรกิจจำนวนมากยังคงคุ้นเคยกับการบริหารแบบรวมศูนย์ ส่งผลให้ทายาทรุ่นใหม่บางส่วนรู้สึกมีบทบาทจำกัดและเลือกสร้างเส้นทางอาชีพของตนเองแทนการรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว สอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า 29% ของผู้ตอบแบบสอบถาม มองว่า ความสนใจและความพร้อมของทายาทรุ่นถัดไป (Next Gen) เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการส่งต่อธุรกิจและความมั่งคั่งของครอบครัว
มรดกเป็นเรื่องห้ามพูด (The Taboo Obstacle)
โดยผลสำรวจพบว่า เกือบ 29% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า การพูดคุยในประเด็นอ่อนไหวภายในครอบครัว เช่น เรื่องมรดก การแบ่งทรัพย์สิน หรือแผนการส่งต่อความมั่งคั่ง ยังคงเป็นเรื่องต้องห้าม (Taboo) ในวัฒนธรรมเอเชียหลายประเทศ
การขาดการสื่อสารอย่างเปิดเผยภายในครอบครัวถือเป็นความเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อ 28.8% ระบุว่า การขาดการสื่อสารระหว่างสมาชิกในครอบครัวเป็นความท้าทายสำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและกระทบต่อการส่งต่อความมั่งคั่งในระยะยาว
มร.วินเซนต์ มาเนียนาต์ Limited Partner & Global Head of Strategic Alliances ลอมบาร์ด โอเดียร์ กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของสถาบันการเงินในการช่วยลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) วางแผนบริหารและส่งต่อความมั่งคั่งของครอบครัวอย่างยั่งยืน โดยลอมบาร์ด โอเดียร์ กับ K WEALTH ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ จึงยกระดับการให้บริการวางแผนความมั่งคั่งแบบองค์รวม เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าเคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง (KBank Private Banking) สามารถรักษา ต่อยอด และส่งต่อความมั่งคั่งสู่คนรุ่นถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
นายพีระพัฒน์ กล่าวว่า หนึ่งในแนวโน้มที่เห็นได้ชัดในระดับโลก คือการเติบโตของ Family Office และการแยกบทบาทระหว่างความเป็นเจ้าของกับการบริหารจัดการออกจากกันอย่างชัดเจน โดยครอบครัวรุ่นใหม่จำนวนมากเปิดโอกาสให้ทายาทเลือกเส้นทางชีวิตที่ตนเองต้องการ ขณะเดียวกันก็นำผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาบริหารธุรกิจแทน ส่งผลให้ความต้องการจัดตั้ง Family Office ในเอเชียเติบโตขึ้นเกือบ 200% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
บริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัวที่วางแผนอย่างเป็นระบบ ช่วยครอบครัวทำตามแผนได้อย่างแท้จริง
เพื่อตอบโจทย์ความซับซ้อนที่มากขึ้นในยุค The Great Wealth Transfer เคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง จึงได้ยกระดับการให้บริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว (Estate Planning) โดยผสานองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญจากลอมบาร์ด โอเดียร์ ที่มีประสบการณ์บริหารความมั่งคั่งให้ครอบครัวชั้นนำทั่วโลกมายาวนานกว่า 230 ปี และสามารถส่งต่อธุรกิจได้ต่อเนื่องถึง 7 รุ่น เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ภาษี และการจัดโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์ในบริบทของประเทศไทย
การขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำ
บทบาทของ K WEALTH ในฐานะที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจ (Lifelong Trusted Advisor) ในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของกลุ่มลูกค้าเคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง (KBank Private Banking)
ด้วยแนวคิด “Your Future-Ready Wealth” ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ บริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว มุ่งส่งต่อความมั่งคั่งให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยมอบบริการในลักษณะองค์รวม ทั้งการจัดโครงสร้างสินทรัพย์ครอบครัวอย่างเป็นระบบ
พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้ทุกครอบครัวสามารถลงมือทำได้อย่างแท้จริง ผ่าน 6 บริการหลัก ได้แก่
Family Continuity Planning: การวางแผนให้มีการจัดทำกติกาครอบครัว หรือธรรมนูญครอบครัว เพื่อกำหนดนโยบาย วางกรอบกติกา ด้านธุรกิจ ทรัพย์สิน และแนวทางบริหารความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว
Asset Holding Structures: การออกแบบโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพในเชิงการจัดการ การส่งต่อ และการบริหารความเสี่ยงและภาษีให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล
Inheritance and Wealth Transfer: การวางแผนสืบทอดกิจการและส่งต่อทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านระหว่างรุ่นเป็นไปอย่างราบรื่น ธุรกิจไม่ติดขัด พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการบริหารภาษีให้มีประสิทธิภาพ ผ่านเครื่องมือทางกฎหมายและการเงินที่หลากหลาย
Financial Asset, Liability and Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงรอบด้าน อาทิ ด้านกฎหมายและภาษีทั้งในและต่างประเทศ
Philanthropy: การวางแผนจัดการกิจกรรมสาธารณกุศล เพื่อสร้างคุณค่าและส่งต่อเจตนารมณ์ที่ยั่งยืนของครอบครัวตามแนวทางความยั่งยืนยุคใหม่
Family Office: การจัดตั้งสำนักงานครอบครัว (Family Office) เพื่อจัดการกิจธุระของครอบครัวในด้านต่างๆ อาทิ การจัดการเรื่องทั่วไป การจัดการตามธรรมนูญครอบครัว การลงทุน หรือเรื่องอื่นใดที่ครอบครัวกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานครอบครัว
นอกจากนี้ ยังมีบริการปรับระบบองค์กรเพื่อข้ามผ่านความอ่อนไหวของธุรกิจครอบครัว และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและยุติปมความขัดแย้งในครอบครัว เพื่อให้การส่งต่อราบรื่นอีกด้วย

