
โบรกคาด EGCO กำไร Q3 แตะ 3.45 พันล้าน รับโรงไฟฟ้าฟื้น-ขายหุ้นหนุน แนะ “ซื้อ” เป้า 150 บาท
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด EGCO กำไรไตรมาส 3/69 แตะ 3.45 พันล้านบาท พลิกจากปีก่อนขาดทุน 656 ล้านบาท รับโรงไฟฟ้ากลับมาเดินเครื่องปกติและกำไรขายเงินลงทุน 1.25 พันล้านบาท มองปี 69 กำไรปกติโต 3.5% พร้อมยังคงแนะ “ซื้อ” เป้า 150 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS ประเมินผลประกอบการของ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ในไตรมาส 3/2569 ไว้เมื่อวันที่ (4 พ.ย.69) ว่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 3,450 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 656 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิ 662 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการกลับมาเดินเครื่องตามปกติของโรงไฟฟ้าหลายแห่งหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงตามแผน รวมถึงการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุน
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะรับรู้กำไรพิเศษประมาณ 1,250 ล้านบาท จากการขายสัดส่วนการถือหุ้น 49% ในโรงไฟฟ้าบ้านโป่ง (BPU) และโรงไฟฟ้าคลองหลวง (KLU) ให้แก่ J-Power ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติ ซึ่งไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) และเครื่องมือทางการเงิน คาดว่าจะอยู่ที่ 1,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 844 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 46 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของกำไรปกติเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน มาจากโรงไฟฟ้า Paju, Linden, Compass และ KEGCO ที่กลับมาเดินเครื่องตามปกติ หลังหยุดซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาส 2/2569 ประกอบกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่มีปริมาณน้ำสูง (High Season) ส่งผลให้ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น
ขณะที่การเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยสนับสนุนจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน QPL ที่กลับมาเดินเครื่องภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าอัตราใหม่ หลังผ่านการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ก่อนเปลี่ยนสัญญา ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินคาดว่าจะทรงตัว
อย่างไรก็ตาม บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 1,250 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีรายการกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนเช่นเดียวกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติคาดว่าจะลดลงตามปัจจัยฤดูกาล หลังธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำผ่านช่วงที่มีผลประกอบการสูงสุดในไตรมาส 3/2569
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า QPL, Linden, KEGCO และ KPG มีกำหนดหยุดซ่อมบำรุง ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้รายได้และกำไรในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะได้รับปัจจัยชดเชยบางส่วนจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน BLCP ที่กลับมาเดินเครื่องตามปกติ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม YuLIN และ Pinnacle II ที่เข้าสู่ช่วง High Season ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีแนวโน้มทรงตัว
สำหรับภาพรวมปี 2569 ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปกติเติบโต 3.5% จากปีก่อน โดยหากผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เป็นไปตามคาด จะส่งผลให้กำไรปกติช่วง 9 เดือนแรกคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 69% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปี ขณะที่ประมาณการกำไรสุทธิยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนประมาณ 1,250 ล้านบาท โดยฝ่ายวิจัยเตรียมทบทวนประมาณการอีกครั้งภายหลังบริษัทประกาศผลประกอบการในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569
ขณะเดียวกัน บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า การประกาศใช้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ภายในปี 2569 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าระยะถัดไป โดยคาดว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อาจเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชนในปี 2570 เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งมีความต้องการใช้พลังงานสูง
ทั้งนี้ EGCO ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศไทย จากประสบการณ์และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการมี กฟผ. เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทยังมีโอกาสต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าที่ใกล้หมดอายุสัญญา หรือพัฒนาโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในพื้นที่เดิมภายในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
ด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น EGCO พร้อมคงราคาเป้าหมายที่ 150 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าบริษัทมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศตามแผน PDP ฉบับใหม่ และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจ Data Center
