
Bitget ชี้ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ ไม่สะเทือน “คริปโท” ลุ้นบิตคอยน์ฟื้น
"บิตเก็ต (Bitget)" ประเมินผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ไม่กระทบความเชื่อมั่นตลาดคริปโทฯ พร้อมประเมินบิตคอยน์ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หากยืนเหนือ 76,000 ดอลลาร์ได้ ลุ้นฟื้นตัวยาว โชว์ความแกร่งอัปเกรดระบบความปลอดภัย-เพิ่มทุนสำรองกว่า 300 ล้านดอลลาร์ เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนเต็มร้อย
นางสาวเกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการ บิตเก็ต (Bitget) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากได้ทั้งสภาสูงและสภาล่าง อาจดูเป็นปัจจัยลบต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซี เนื่องจากโอกาสที่กฎหมาย CLARITY Act ซึ่งผลักดันโดยโดนัลด์ ทรัมป์ จะผ่านสภานั้นลดลงเหลือเพียง 3% ตามการคาดการณ์ของตลาด อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวจะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดมากนัก
ทั้งนี้ เนื่องจากโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าแห่งสหรัฐฯ (CFTC) ออกกฎเกณฑ์ส่งเสริมคริปโทเคอร์เรนซีตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ได้ทันที ตลาดจึงคลายความกังวลและประเมินว่าการเสียที่นั่งในสองสภาไม่ได้สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ
“แม้ช่วงสั้นหลังทราบผลการเลือกตั้ง จะมีแรงเทขายในสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหุ้น ทองคำ และบิตคอยน์ แต่หลังจากนั้นเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา โดยสถิติที่ผ่านมาหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ดัชนี S&P500 มักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเสมอ ขณะที่บิตคอยน์จะผ่านจุดต่ำสุดของรอบภายในระยะเวลาเฉลี่ยหนึ่งเดือน” นางสาวเกรซี่ กล่าว
สำหรับแนวโน้มราคาบิตคอยน์ แม้ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาจะให้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามสถิติเชิงบวกเดิม แต่ภาพรวมราคายังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว โดยระยะสั้นต้องจับตาแนวรับสำคัญที่ระดับ 76,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน หากสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ ราคามีโอกาสฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากแรงซื้อของนักลงทุนที่ประเมินว่าราคาได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
ความเชื่อมั่นดังกล่าวสะท้อนได้จากปริมาณการซื้อขายบนแพลตฟอร์มของ Bitget ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ซึ่งปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1.86 ล้านล้าน ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเฉพาะเดือนตุลาคมเติบโตขึ้น 21.2% จากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงกันยายน โดยเป็นการเติบโตทั้งในตลาดสปอต (Spot) ตราสารอนุพันธ์ และ CFD ชี้ให้เห็นถึงความคึกคักและปริมาณความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน
ส่วนประเด็นที่แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลกถูกแฮ็กนั้น มองว่าส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดเพียงระยะสั้น และเมื่อสามารถเปิดให้ลูกค้าถอนเงินพร้อมชดเชยความเสียหายได้ทั้งหมด ความเชื่อมั่นก็เริ่มกลับมา
ส่วนของ Bitget หลังเผชิญเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการควบคุมและฟื้นฟูระบบอย่างรวดเร็ว โดยนำระบบหยุดการทำงานฉุกเฉิน (Circuit Breaker) มาใช้ พร้อมผ่านการประเมินความปลอดภัยอิสระจาก SlowMist นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มงบประมาณด้านความปลอดภัย และรักษาอัตราส่วนหลักประกันคงค้าง (Proof of Reserves: PoR) ให้อยู่ในระดับสูงกว่า 110% อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้เพิ่มเงินทุนสำรองใน Protection Fund ขึ้นสู่ระดับมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเสร็จสิ้นก่อนกำหนดการเดิม ทำให้สามารถฟื้นความเชื่อมั่นของนักเทรดกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพิสูจน์ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีมีแนวทางปฏิบัติและมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ได้มาตรฐาน ทั้งยังตอกย้ำถึงความโปร่งใสในการบริหารเงินกองทุนของลูกค้าและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม” นางสาวเกรซี่ กล่าว
