
โบรกคาด AOT กำไร Q4 โต 30% แตะ 5 พันล้าน รับค่า PSC ใหม่หนุนรายได้
บล.ดาโอ คาด AOT กำไรไตรมาส 4 ปีบัญชี 69 แตะ 5 พันล้านบาท โต 30% รับค่า PSC ขาออกต่างประเทศอัตราใหม่เต็มไตรมาส หนุนรายได้หลักเพิ่ม 14% จากไตรมาสก่อน มองปีบัญชี 70 กำไรโตต่อ 35% แตะ 2.7 หมื่นล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DAOL ประเมินผลประกอบการของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2569 (กรกฎาคม–กันยายน 2569) จะมีกำไรสุทธิประมาณ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรปกติคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน และ 33% จากไตรมาสก่อน หลังไตรมาส 3 ปีบัญชี 2569 มีการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ประมาณ 806 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรมาจากการรับรู้รายได้ค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) ระหว่างประเทศในอัตราใหม่ 1,120 บาทต่อคน จากเดิม 730 บาทต่อคน เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก ส่งผลให้รายได้หลักคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 17,000 ล้านบาท เติบโต 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับจำนวนผู้โดยสารรวมในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 27.8 ล้านคน ลดลง 3% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.3% จากไตรมาสก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 16.8 ล้านคน ลดลง 2% จากปีก่อน และลดลง 0.4% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ผู้โดยสารในประเทศอยู่ที่ 11 ล้านคน ลดลง 5% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน โดยจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว
ขณะที่ภาพรวมปีบัญชี 2569 คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารรวม 126.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.7% จากปีก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 77.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.6% และผู้โดยสารในประเทศ 49.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.9% โดยประเมินกำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน และกำไรปกติอยู่ที่ 19,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4%
สำหรับแนวโน้มปีบัญชี 2570 บล.ดาโอ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิ AOT ที่ 27,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้ค่า PSC อัตราใหม่เต็มปี แม้ประเมินว่าจำนวนผู้โดยสารรวมจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% มาอยู่ที่ 128 ล้านคน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเดินทางและราคาค่าโดยสาร
ทั้งนี้ จำนวนผู้โดยสารรวมในเดือนตุลาคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านคน ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 6 ล้านคน ลดลง 5% และผู้โดยสารในประเทศ 4 ล้านคน ลดลง 9.5% สะท้อนว่าการเดินทางยังชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะกลับมาเติบโตได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีบัญชี 2570 จากฐานเปรียบเทียบที่ต่ำตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ซึ่งเริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกัน แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1–2 ปีบัญชี 2570 คาดว่าจะเติบโตโดดเด่นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า แม้จำนวนผู้โดยสารยังมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล หลังเข้าสู่ช่วงท่องเที่ยว (High Season) ประกอบกับการรับรู้รายได้ค่า PSC อัตราใหม่ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของกำไร
ด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.ดาโอ คงราคาเป้าหมาย AOT ที่ 73 บาทต่อหุ้น อิงวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) โดยใช้อัตราต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) ที่ 7% และอัตราการเติบโตระยะยาว (Terminal Growth) ที่ 3% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มกำไรที่เติบโตต่อเนื่องตามการปรับเพิ่มค่า PSC แม้จำนวนผู้โดยสารชะลอตัว ขณะที่ยังมีโอกาสเพิ่มรายได้ในระยะถัดไปจากการพิจารณาจัดเก็บค่า PSC สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องและแวะพัก (Transfer/Transit) การปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมการขึ้นลงและจอดอากาศยาน (Landing & Parking) รวมถึงโอกาสกลับมาเปิดให้บริการร้านค้าปลอดอากรขาเข้า (Duty Free)

