
ASPS แนะเล่นตามฟันด์โฟลว์ ชู SCGP-PTTEP-BBL เด่น
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) แนะนำกลยุทธ์เกาะติดกระแสเงินทุนต่างชาติ ชูหุ้นเด่น SCGP, PTTEP และ BBL รวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีระดับโลกที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มองทิศทางตลาดหุ้นได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว ส่งผลให้ FED ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า ฝ่ายวิจัยแนะนำให้เกาะติด 20 หุ้นเป้าหมายต่างชาติ โดยเน้นการลงทุนในหุ้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ยังมีกระแสเงินทุนต่างชาติทยอยซื้อสะสมอย่างต่อเนื่อง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มปันผลสูง อาทิ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO
กลุ่มน้ำมันและพลังงาน ได้แก่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP, บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP, บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC, กลุ่มอุปโภคบริโภคและเศรษฐกิจฐานราก ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO, บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP, บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR และ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้กำหนดให้ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP, PTTEP และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน โดย SCGP คาดว่ากำไรในไตรมาส 2/2569 จะทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี จากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวและการปรับโครงสร้างต้นทุน ส่วน PTTEP ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากประเด็นสงคราม และมีความโดดเด่นด้านการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ขณะที่ BBL ได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และคาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลระหว่างกาลราว 1-2%
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาตอบรับในเชิงบวกและปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิถุนายน 2569 ขยายตัวเพียง 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 6.2% ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) อยู่ที่ 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.2%) ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่วนการลงทุนในต่างประเทศแนะนำให้พิจารณาลงทุนผ่านตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ได้แก่ BABA80 และ COIN01

