Bitget มอง “บิตคอยน์” ฟื้น ลุยเปิดเทรดออปชันหุ้นสหรัฐ

Bitget ประเมินทิศทางราคาบิตคอยน์ยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ลดลงและเม็ดเงินไหลเข้ากองทุน ETF พร้อมจับตางบหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ที่อาจดันวอลลุ่มคริปโทฯ พุ่ง 15-25% ลุยเปิดเทรดออปชันหุ้นสหรัฐฯ บนแพลตฟอร์มคริปโทฯ เป็นรายแรกของโลก เชื่อมตลาดหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัลให้สามารถซื้อขาย 24 ชั่วโมง


นางสาวเกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการของ บริษัท บิตเก็ต หรือ Bitget ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า ทิศทางราคาบิตคอยน์ในปัจจุบันมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบเข้ามากระทบ โดยปัจจัยบวกสำคัญมาจากการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนคาดหวังว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ ในขณะเดียวกัน ตลาดยังคงเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภายหลังจากอิหร่านและสหรัฐฯ ยกเลิกข้อตกลงสันติภาพและมีความเคลื่อนไหวเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และดันดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 101.2

อย่างไรก็ตาม กองทุน Spot Crypto ETFs ของสหรัฐฯ เริ่มมีกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflows) มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการฟื้นตัวหลังจากมีเม็ดเงินไหลออกสุทธิติดต่อกันกว่า 2 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการลงทุนจากกลุ่มสถาบันยังคงแข็งแกร่ง แม้จะมีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้นก็ตาม ทาง Bitget จึงประเมินว่าราคาบิตคอยน์จะยังคงฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยให้กรอบแนวรับระยะสั้นที่ระดับ 63,000 ดอลลาร์สหรัฐ และแนวต้านที่ระดับ 66,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์จะส่งผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะถัดไป คือการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งหากผลประกอบการออกมาในทิศทางเชิงบวก ย่อมส่งผลดีต่อเนื่องไปยังราคาบิตคอยน์และตลาดคริปโทเคอร์เรนซี เนื่องจากทั้งสองกลุ่มจัดเป็นสินทรัพย์ประเภทเติบโต (Growth Asset) เช่นเดียวกัน

นางสาวเกรซี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทประเมินผลประกอบการของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าจะยังคงมีทิศทางเติบโต ซึ่งปัจจัยนี้จะดึงดูดให้นักลงทุนโยกย้ายเม็ดเงินกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นเทคโนโลยีและบิตคอยน์เพิ่มมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ประเภทดังกล่าวจะปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 15-25% ในช่วงสัปดาห์ที่มีการประกาศงบการเงิน

นอกจากนี้ ในฐานะที่ Bitget เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแบบครบวงจร (Universal Exchange – UEX) ยังพบว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจในการลงทุนหุ้นผ่านโทเคนดิจิทัล (Tokenize Stock) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของ rToken ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ได้ปรับตัวทะลุระดับ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลาเพียง 5 สัปดาห์นับจากวันเปิดตัว โดยมีปริมาณการซื้อขายรวมสูงถึง 671.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ย 19.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และพุ่งแตะระดับสูงสุดถึง 56.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐในจุดสูงสุด ทั้งนี้ หุ้นของ บริษัท สเปซเอ็กซ์ หรือ SpaceX ที่เพิ่งเข้าตลาดสหรัฐฯ มีสัดส่วนการซื้อขายสูงที่สุดบนแพลตฟอร์ม

เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของนักเทรด Bitget ได้เดินหน้าเปิดให้บริการซื้อขายออปชัน (Options) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ บนแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นรายแรก ปัจจุบันตลาดออปชันของสหรัฐฯ มีปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่า 1.52 หมื่นล้านสัญญาในปี 2568 หรือเฉลี่ยประมาณ 60 ล้านสัญญาต่อวันทำการ ซึ่งถือเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันต่างหันมาใช้เครื่องมือออปชันเพื่อเก็งกำไรทิศทางราคาและป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายสายผลิตภัณฑ์ของ Bitget อย่างต่อเนื่องจากการเปิดตัวหุ้นโทเคน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้แพลตฟอร์มก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดซื้อขายหุ้นโทเคน รวมถึงการเข้าถึงหุ้นก่อนเข้าจดทะเบียน (Pre-IPO Access) การเพิ่มออปชันหุ้นในบริการ Stock+ ครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการนำเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมในวอลล์สตรีท มาเปิดกว้างให้นักลงทุนมีทางเลือกในการซื้อขายสินทรัพย์ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

“เราเดินหน้าเป็นรายแรกเสมอในการเชื่อมโยงโอกาสในตลาดหุ้นเข้ากับผู้ใช้งาน เรากำลังดำเนินการหลอมรวมสินทรัพย์ (Convergence) ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมนักลงทุนหน้าใหม่ที่ต้องการสินทรัพย์ที่หลากหลายและสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด (24/7)” นางสาวเกรซี่ กล่าวทิ้งท้าย

Back to top button