
Bitget เร่งขยายฐานลูกค้า “สถาบัน” ชูยุทธศาสตร์ UEX เชื่อมสินทรัพย์ดั้งเดิมสู่คริปโท
“บิตเก็ต” ชูยุทธศาสตร์ Universal Exchange นำโปรดักต์จากโลกการเงินดั้งเดิมผสานเข้าสู่แพลตฟอร์ม พร้อมดึงข้อมูลตลาดโดยตรงจาก Nasdaq เสริมเสถียรภาพการซื้อขาย ขณะที่ภาพรวมตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังแข็งแกร่ง ชี้ราคาซึมซับปัจจัยลบไปแล้ว แนะนักลงทุนทยอยสะสมทองคำ บิตคอยน์ และหุ้นเทคโนโลยี AI เพื่อรับโอกาสเติบโตในระยะยาว
นางสาวเกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการของ บริษัท บิตเก็ต (Bitget) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ในโอกาสฉลองครบรอบ 8 ปี บริษัทเตรียมบุกตลาดลูกค้าสถาบันอย่างเต็มรูปแบบ โดยยังคงมุ่งเน้นภารกิจหลักตามยุทธศาสตร์ Universal Exchange (UEX) เพื่อนำสินค้าการลงทุนจากโลกการเงินดั้งเดิม (TradFi) เข้ามาซื้อขายบนแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นการก้าวจากผู้ท้าชิงสู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรมในโลกคริปโทเคอร์เรนซีอย่างเต็มภาคภูมิ
ล่าสุดบริษัทยังเป็นแพลตฟอร์มคริปโทเคอร์เรนซีรายแรกที่นำข้อมูลตลาดอย่างเป็นทางการจากตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เข้ามาใช้โดยตรงในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้รับข้อมูลราคาที่เสถียรและแม่นยำ ขณะที่นักลงทุนสถาบันสามารถนำข้อมูลไปใช้เป็นข้อมูลนำเข้า (Inputs) สำหรับการเทรดปริมาณมาก พัฒนากลยุทธ์อัตโนมัติ และบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสะท้อนความสำเร็จจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของลูกค้าสถาบันในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ที่เติบโตขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับมุมมองทิศทางตลาดคริปโทเคอร์เรนซี แม้การที่กฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่านการรับรองในชั้นวุฒิสภาสหรัฐฯ และคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี พร้อมส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกในปีนี้ จะเป็นปัจจัยลบ แต่ราคาบิตคอยน์ที่ยังคงยืนเหนือระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ บ่งชี้ว่าตลาดได้ซึมซับปัจจัยลบไปแล้ว นอกจากนี้ การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมสั่งการให้หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC และ CFTC ออกระเบียบเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีด้วยตนเอง รวมถึงกระแสการลดถือครองดอลลาร์ (Dollar Debasement) ยังเป็นแรงหนุนสำคัญให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำและบิตคอยน์มากขึ้น
ขณะเดียวกัน หุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงสร้างผลตอบแทนได้ดี แม้ในช่วงแรกจะมีแรงเทขายจากความกังวลที่ผู้ให้บริการโมเดล AI รายใหญ่อย่าง SpaceX, OpenAI และ Anthropic ประกาศชะลอการพัฒนาโมเดลใหม่ แต่ต่อมาตลาดคลายความกังวลลง เนื่องจากมองว่าการใช้งาน AI ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและดัชนีดอลลาร์ยังทรงตัวในระดับสูง อาจกดดันบิตคอยน์ได้ ภาพรวมหลังทิศทางนโยบายการเงินมีความชัดเจน จึงแนะนำให้นักลงทุนหาจังหวะทยอยสะสมทองคำ บิตคอยน์ และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ AI
