KTC โชว์กำไร Q2 โต 17% แตะ 2.22 พันล้าน รับส่วนแบ่งเงินลงทุนพุ่ง-ตั้งสำรองลด

KTC โชว์กำไรไตรมาส 2/69 แตะ 2.22 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.44% จากปีก่อน รับส่วนแบ่งกำไรเงินลงทุนเพิ่ม พร้อมตั้งสำรองเครดิตลดลง คุมต้นทุนมีประสิทธิภาพ ดันกำไรครึ่งปีแรกโต 17.08% แตะ 4.4 พันล้านบาท


บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC รายงานงบไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรกของปี 69 มีกำไรสุทธิดังนี้

สำหรับ KTC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 2,225.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,894.79 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) และการรักษาระดับรายได้ให้อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทาย

สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 6,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น 3.8% ตามการเติบโตของค่าธรรมเนียมร้านค้า (Merchant Fee) และค่าธรรมเนียม Interchange ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 4,037 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทสามารถรักษาประสิทธิภาพการติดตามหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หนี้สูญได้รับคืนในไตรมาส 2 มีมูลค่า 911 ล้านบาท แม้อยู่ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน

ด้านค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 2 อยู่ที่ 4,040 ล้านบาท ลดลง 6.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 2,367 ล้านบาท ลดลง 0.8% จากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการตลาดสำหรับโปรโมชั่นส่งเสริมการใช้บัตร รวมถึงค่าธรรมเนียมจ่ายและค่าบริการที่ลดลง

ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 34.6% ปรับลดลงจาก 35.0% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss : ECL) อยู่ที่ 1,310 ล้านบาท ลดลง 13.9% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการตัดหนี้สูญและการตั้งสำรองที่ลดลง ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรอยู่ที่ 2,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 4,396.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,755.30 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการรักษาการเติบโตของผลประกอบการ ท่ามกลางการบริหารคุณภาพสินทรัพย์และการควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน เคทีซียังคงยึดหลักการเติบโตบนพื้นฐานของความยั่งยืน เรามุ่งรักษาสมดุลระหว่างการขยายธุรกิจ การบริหารคุณภาพสินทรัพย์ และการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับการติดตามพฤติกรรมลูกค้าและสัญญาณความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสภาวการณ์ โดยสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดในทุกผลิตภัณฑ์หลักไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง”

“กลุ่มบริษัทเคทีซีสามารถทำกำไรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 2,225 ล้านบาท และ 4,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 เท่ากับ 17.4% และ 17.1% ตามลำดับ พร้อมทั้งรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งในกรอบของเป้าหมายที่ได้วางแผนไว้ บริษัทยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของสมาชิกและลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความผันผวน โดยกลุ่มบริษัทได้มุ่งยกระดับการดำเนินงานสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเร่งการทรานส์ฟอร์มองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังคงท้าทาย”

กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 ทรงตัวอยู่ที่ 6,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% (YoY) ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.9% (YoY) อยู่ที่ 4,040 ล้านบาท จาก 3 ปัจจัยหลักคือ 1) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 13.9% (YoY) เป็นผลจากการบริหารจัดการคุณภาพของพอร์ต 2) ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 16.1% (YoY) จากต้นทุนเงินกู้ยืมใหม่ที่ต่ำลง และ 3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.8% (YoY) เป็นผลให้ Cost to Income Ratio ของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 34.6% ลดลงจาก 35.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะยังมีความไม่แน่นอน กลุ่มบริษัทเคทีซียังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นว่าความแข็งแกร่งทางการเงิน ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ พร้อมส่งมอบคุณค่าให้แก่สมาชิก ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน”

ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทเคทีซีมีฐานสมาชิกรวม 3,806,784 บัญชี พอร์ตสินเชื่อรวมมีมูลค่า 107,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่ NPL Ratio ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 1.86% สมาชิกบัตรเครดิตเท่ากับ 3,092,023 บัตร เพิ่มขึ้น 9.9% พอร์ตลูกหนี้บัตรเครดิตรวม มีมูลค่า 70,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรในครึ่งแรกของปี 2569 เท่ากับ 153,421 ล้านบาท ขยายตัว 4.7% และ NPL Ratio ธุรกิจบัตรเครดิตอยู่ที่ 1.14% ขณะที่สมาชิกสินเชื่อบุคคลรวม 714,761 บัญชี เพิ่มขึ้น 2.8% พอร์ตลูกหนี้สินเชื่อบุคคลรวม มีมูลค่า 36,474 ล้านบาท เติบโตที่ 3.0% และ NPL Ratio

สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.55% สำหรับพอร์ตลูกหนี้ตามสัญญาเช่ามีมูลค่า 1,262 ล้านบาท ลดลง 29.2% และจะทยอยลดสัดส่วนลง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่ได้หยุดการปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โดยปัจจุบันมุ่งเน้นการติดตามหนี้และบริหารจัดการคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่มีอยู่เท่านั้น

กลุ่มบริษัทเคทีซียังได้เร่งต่อยอดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสื่อสารการตลาด ไปจนถึงการยกระดับประสบการณ์สมาชิก เพื่อสร้างการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น ความสามารถในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเป็นปัจจัยสำคัญของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน เราจึงให้ความสำคัญกับการสร้างองค์กรที่มีความคล่องตัวในการตัดสินใจ ใช้ข้อมูลเป็นแกนกลาง และพร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับโอกาสและความท้าทายที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ เพื่อรองรับการเติบโตขององค์กรในระยะยาว นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังคงเน้นรักษาวินัยทางการเงินที่ดี สะท้อนจากอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 1.43 เท่า จาก 1.64 เท่า ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีต้นทุนทางการเงินของงวด 6 เดือน เท่ากับ 2.62%

“เคทีซีได้เริ่มดำเนินงานในธุรกิจนายหน้าประกันภัยตั้งแต่ปลายปี 2568 มุ่งวางรากฐานที่มั่นคงผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรด้านประกันภัยทั้งการประกันวินาศภัยและการประกันชีวิต ในระยะเริ่มต้นบริษัทตั้งเป้าการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเน้นสร้างธุรกิจที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างมั่นคง เพื่อเสริมความหลากหลายของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในอนาคต       เคทีซีอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนงานการขอใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยที่เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และคาดว่าจะได้รับอนุมัติจากทั้ง คปภ. และ ธปท. ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าต่อยอดในการพัฒนาแผนงานเชิงกลยุทธ์ของนายหน้าประกันภัยที่เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างความสะดวกและสามารถนำเสนอแบบประกันภัยต่างๆ ได้ตรงต่อความต้องการของลูกค้า”

เคทีซีให้ความร่วมมือกับ ธปท. ในโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ทยอยออกมาตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมโครงการ
“คุณสู้ เราช่วย” หรือ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”  ซึ่งแม้จะสิ้นสุดระยะเวลาการลงทะเบียนไปแล้ว บริษัทก็ยังดำเนินการตามขั้นตอนช่วยเหลือจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการ และในเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์ การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ เพื่อกำหนดมาตรฐานการเรียกเก็บค่าบริการของสถาบันการเงิน โดยครอบคลุมรายการค่าธรรมเนียม 4 ประเภท รวม 19 รายการ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อเคทีซี 1 รายการ คือการปรับลดค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต จากเดิมที่เคยคิดที่ 3.0% ของจำนวนเงินสดที่เบิกถอน จะลดลงเหลือ 2.5% ของจำนวนเงินสดที่เบิกถอน  โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฏาคม 2569 เป็นต้นไป โดยบริษัทประเมินว่า การดำเนินการตามโครงการฯ ดังกล่าวหรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งหมดข้างต้น จะไม่ส่งผลกระทบที่เป็นนัยสำคัญต่อภาพรวมของผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติม ได้ที่ลิงก์ https://www.ktc.co.th/about/news/measure

Back to top button