WTI ปิดร่วง 3.35 เหรียญ ต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ จับตาสหรัฐ-อิหร่านเปิดเจรจาสันติภาพ

สัญญาณน้ำมันดิบ WTI ปิดร่วง 3.35 ดอลลาร์ หรือ 4.1% แตะ 79.26 ดอลลาร์ ต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ หลังตลาดคาดการหยุดโจมตีระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านอาจนำไปสู่การเจรจายุติสงคราม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 ก.ค.69 สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในวันอังคารที่ 28 ก.ค.69 โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากความหวังว่า การยุติการโจมตีชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจปูทางไปสู่การเจรจาเพื่อยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวัง เนื่องจากการหยุดยิงที่ผ่านมาเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวหลายครั้ง

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ย. ร่วงลง 3.35 ดอลลาร์ หรือ 4.1% ปิดที่ 79.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือน ก.ย. ลดลง 4.27 ดอลลาร์ หรือ 4.8% ปิดที่ 84.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงรวมประมาณ 16% ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา และปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.69 ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.69

แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะระงับการโจมตีระหว่างกันในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ยังห่างไกลจากการคลี่คลาย โดยเฉพาะผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ซึ่งก่อนเกิดสงครามเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก

อิหร่านปฏิเสธกระแสข่าวว่ากำลังพยายามกลับเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่า การเจรจากำลังดำเนินไปด้วยดี ขณะที่อิหร่านยังคงยืนยันจุดยืนเดิม แม้ทรัมป์จะส่งสัญญาณพร้อมกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง

แหล่งข่าวในอ่าวอาหรับและนักการทูตชาติตะวันตกเปิดเผยว่า โอมานได้เสนอแผนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศในอ่าวอาหรับ เพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเสนอให้เรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าวจ่ายค่าธรรมเนียมโดยสมัครใจ หวังใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการลดผลกระทบจากสงครามต่อการค้าทางทะเล

อย่างไรก็ตาม อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว พร้อมยื่นแผนของตนเองผ่านโอมาน โดยเสนอให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว ภายใต้เงื่อนไขกำหนดเส้นทางเดินเรือผ่านน่านน้ำอิหร่านบางส่วน

นายคาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยข้อเสนอดังกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความซับซ้อน แต่ราคาน้ำมันปรับตัวลง เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านไม่ได้โจมตีกันในช่วงหลายวันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยังคงโจมตีเรือในทะเลแดง

เอกสารของบริษัทที่ปรึกษา IIR ระบุว่า Saudi Aramco ปิดโรงกลั่นน้ำมัน Jizan ซึ่งมีกำลังการผลิต 400,000 บาร์เรลต่อวันในซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 27 ก.ค.69 หลังโรงกลั่นถูกกลุ่มฮูตีโจมตีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การโจมตีของกลุ่มฮูตียังสร้างความปั่นป่วนต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเชื่อมระหว่างทะเลแดงและอ่าวเอเดน และถือเป็นเส้นทางคอขวดสำคัญอีกแห่งสำหรับการขนส่งน้ำมัน

Saudi Aramco กำลังพิจารณาปรับกลไกราคาน้ำมันดิบที่ขนส่งจากท่าเรือ Sidi Kerir ของอียิปต์ไปยังตลาดเอเชีย เพื่อสะท้อนต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น หลังบริษัทเปลี่ยนเส้นทางส่งออกผ่านระบบท่อส่งน้ำมัน Suez Mediterranean

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีเรือ 28 ลำเดินทางผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 วัน ขณะที่ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับต่ำ

ด้านกลุ่มฮูตีเปิดเผยว่า ได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลใส่เรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่จีนเริ่มเจรจาโดยตรงกับกลุ่มฮูตี เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันของจีนสามารถเดินทางผ่านบริเวณตอนใต้ของทะเลแดงได้โดยไม่ถูกโจมตี

นอกเหนือจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยว่า ได้หารือกับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการผลักดันให้การเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซียกลับมามีความคืบหน้าอีกครั้ง

หากสงครามในยูเครนยุติลง อาจนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่อรัสเซีย และเปิดทางให้รัสเซียส่งออกน้ำมันได้เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2568 รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือ OPEC+ มีแนวโน้มชะลอการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนต.ค.69 หลังนำกำลังการผลิตที่เคยปรับลดโดยสมัครใจกลับเข้าสู่ตลาดครบตามแผน พร้อมเตรียมรับการเจรจาเกี่ยวกับโควตาการผลิตน้ำมันรอบใหม่

Back to top button