“สุวัฒน์” ชี้ SET ไปต่อ รับศึกสหรัฐ–อิหร่านคลีคลาย ชู GULF-GPSC-MTC เด่น

“สุวัฒน์ วัฒนพรพรหม” บล.กรุงศรี มอง SET เดินหน้าต่อ รับการเจรจาสหรัฐ–อิหร่านคืบหน้า พ่วงราคาน้ำมัน–บอนด์ยีลด์ลดลง แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นโรงไฟฟ้า สื่อสาร เช่าซื้อ และสายการบิน รับธีม De-escalation ชู GULF-GPSC-MTC เด่น พร้อมมอง THAI เก็งกำไรได้


นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการสายงานวิจัย ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้ามีแนวโน้มค่อนข้างสดใส โดยได้รับแรงหนุนหลักจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่มีทิศทางผ่อนคลายลง หลังการเจรจามีความคืบหน้าต่อเนื่อง

โดยนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดได้ภายใน 2-3 วัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมัน Brent จากบริเวณราว 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงมาอยู่ในกรอบประมาณ 78-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวม

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี หรือ US Bond Yield ปรับลดลงมาอยู่บริเวณ 4.61% จากก่อนหน้าที่เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4.7% สะท้อนภาวะการเงินที่ผ่อนคลายขึ้น และช่วยเพิ่มแรงส่งให้กับสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

สำหรับหุ้นกลุ่มพลังงาน นายสุวัฒน์มองว่า ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอาจกดดันหุ้นพลังงานต้นน้ำในระยะสั้น โดยเฉพาะ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ซึ่งอาจเผชิญแรงปรับประมาณการตามทิศทางราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม การลดลงของน้ำมันรอบนี้เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผลกระทบอาจไม่รุนแรงเท่ารอบก่อน

ส่วนหุ้นพลังงานกลางน้ำ เช่น ปิโตรเคมีและโรงกลั่น ยังมีปัจจัยช่วยประคองจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระดับดี

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้น้ำหนักหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งที่คลี่คลาย หรือธีม De-escalation โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้า สายการบิน เช่าซื้อ และสื่อสาร ขณะที่ธีมการลงทุนในประเทศยังเหมาะสำหรับถือเป็น Core Portfolio ต่อเนื่อง รวมถึงหุ้นนิคมอุตสาหกรรมและธนาคารบางแห่ง

สำหรับหุ้นเด่นประจำวัน แนะนำ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ราคาเป้าหมาย 74 บาท, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ราคาเป้าหมาย 59 บาท และบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ราคาเป้าหมาย 40 บาท

นายสุวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาอยู่ในระดับร้อนแรง แต่ยังไม่ถือว่า ตลาดมีความเสี่ยงสูงเกินไป เนื่องจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศออกมาแล้วราว 36 บริษัทโดยรวมยังดีกว่าคาดประมาณ 6.5-7% และกำไรเติบโตจากปีก่อนราว 10% ขณะที่ระดับกำไรต่อหุ้นของตลาดทั้งปีมากกว่า 100 บาท ยังสะท้อนว่ามูลค่าตลาดหุ้นไทยไม่ได้อยู่ในระดับแพงเมื่อเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตร

นอกจากนี้ ยังมอง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร หลังราคาน้ำมันปรับลง ซึ่งเป็นบวกต่อต้นทุนการดำเนินงาน เนื่องจากต้นทุนน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนราว 30-40% ของต้นทุนบริษัท

ขณะเดียวกัน แม้ไตรมาส 2-3 เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจการบิน แต่ตลาดเริ่มคาดว่า THAI ยังสามารถประคองกำไรได้ราว 400-500 ล้านบาท สะท้อนโครงสร้างต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นภายหลังการปรับโครงสร้าง ขณะที่แรงกดดันจากปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นฐานเริ่มคลี่คลายลง จึงมองว่าสามารถเก็งกำไรได้ในระยะสั้น

Back to top button