
ASPS เปิดกลยุทธ์ล่า Secret Stocks เคาะ 3 ธีมหลบภัย
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ชี้หุ้นไทยยังไม่พ้นขีดอันตราย หลังต่างชาติกระหน่ำเปิดสถานะชอร์ตใน TFEX ต่อเนื่อง 7 วันรวด กดดันดัชนี SET หลุด 1,500 จุด แนะกลยุทธ์ล่า "Secret Stocks" รับอานิสงส์ต้นทุนลด ชู 3 ธีมเด่น Anti-Commodity, Anti-Yield และ Defensive
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET) ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงและเผชิญความเสี่ยงจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ สัญญาณที่ต้องระมัดระวังคือข้อมูลการซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม ถึง 4 พฤศจิกายน พบว่านักลงทุนต่างชาติเปิดสถานะขายสุทธิ (Net Short) ต่อเนื่อง 7 วันทำการ รวมสูงถึง 78,975 สัญญา สวนทางกับนักลงทุนรายย่อยที่มีสถานะซื้อสุทธิ 63,652 สัญญา ประกอบกับยอดสถานะคงค้าง (Open Interest) ที่พุ่งขึ้นแตะ 668,600 สัญญา สะท้อนถึงการเปิดสถานะขายใหม่ ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันต่อเนื่องให้ดัชนีหลุดระดับ 1,500 จุดได้
นอกจากนี้ โครงสร้างตลาดหุ้นไทยยังมีความเปราะบาง โดยกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ 26.9% และกลุ่มเทคโนโลยี 24.8% (รวมกันราว 52% ของตลาด) ทำให้ดัชนีอ่อนไหวต่อการปรับลดลงของราคาน้ำมันโลกและความกังวลด้านการลงทุน AI โดยเฉพาะประเด็นความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอิสระของกลุ่มเทคฯ ที่ถูกกดดันจากรายจ่ายลงทุนที่สูง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้ค้นหา “Secret Stocks” ผ่าน 3 ธีมหลัก ได้แก่ 1.Anti-Commodity หุ้นที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบขาลง ได้แก่ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI และ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL
2.Anti-Yield หุ้นที่รับอานิสงส์จาก Bond Yield ลดลง ลดต้นทุนทางการเงิน ได้แก่ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH และ 3.Defensive หุ้นที่มีรายได้และกำไรสม่ำเสมอ ความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH, บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH, บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL
โดย BGRIM ได้ประโยชน์ตรงจากต้นทุนพลังงานลดลง ขณะที่ SAWAD รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนเงินทุนที่อ่อนตัวตาม Bond Yield ส่วน AMATA เป็นหุ้นพื้นฐานดีที่มีโอกาสเติบโตเฉพาะตัว จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะนี้สะสมหุ้น ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวังท่ามกลางความผันผวนของตลาด

