ASPS เปิด 3 ธีมเด่นรับ “บาทแข็ง” ทะลุ 32.98 บ. หนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

ASPS ชี้ทิศทางเงินบาทแข็งค่าทะลุ 32.98 บาท เป็นปัจจัยบวกดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับเข้าตลาดทุนไทย พร้อมเปิด 3 กลุ่มอุตสาหกรรมรับอานิสงส์ ได้แก่ หุ้นขนาดใหญ่, กลุ่มที่มีภาระหนี้ต่างประเทศสูง และกลุ่มนำเข้าวัตถุดิบ ท่ามกลางการจับตา 4 ปัจจัยเสี่ยงโลก


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า ทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนที่จะช่วยดึงดูดให้เม็ดเงินต่างชาติสลับหมุนเวียนไหลกลับเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมอง 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวก ได้แก่ 1.กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของกระแสเงินทุนต่างชาติ ประกอบด้วย กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB

ด้านกลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กลุ่มสื่อสาร เช่น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง คือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC

2.กลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศสูง กลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จากภาระการชำระหนี้ต่างประเทศที่ลดลงเมื่อแปลงเป็นเงินบาท หรือสามารถนำเข้าวัตถุดิบและพลังงานได้ในราคาที่ต่ำลง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงาน เช่น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP และกลุ่มสายการบิน คือ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV

และ 3. กลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้ประโยชน์โดยตรงจากต้นทุนการนำเข้าที่ลดลง ช่วยเสริมอัตรากำไรขั้นต้น ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหาร เช่น บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG และ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO

อย่างไรก็ดี ตลาดการเงินโลกยังเผชิญความผันผวนจาก 4 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ 1.การดำเนินนโยบายการเงินที่ขัดแย้งกัน โดย FED มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ย แต่ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางญี่ปุ่น มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 2.การแข็งค่าของเงินเยนจากภาวะ Short Squeeze 3.อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 3.4% ซึ่งยังคงสูงกว่ากรอบเป้าหมายของ FED ที่ 2% และ 4. ราคาน้ำมันดิบโลกขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

Back to top button