“พบชัย” ชี้ SET ไซด์เวย์อัพ รับ GDP ดีกว่าคาด-EPS พุ่ง ชู HANA-แบงก์เด่นปันผลสูง

“พบชัย ภัทราวิชญ์” InnovestX มอง SET ไซด์เวย์อัพ กรอบ 1,600-1,635 จุด รับ GDP ไทย Q2/69 โต 1.9% สูงกว่าคาด พ่วงกำไรบจ.แข็งแกร่ง ดัน EPS ตลาดปี 69 พุ่งสู่ 108.9 บาท ชู HANA เด่นรับธีม AI พร้อมเก็บ 6 แบงก์ KKP-TISCO-KTB-KBANK-TTB-BAY รับธีมปันผลสูง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ส.ค.69) นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้คาดว่ายังคงแกว่งตัวในกรอบ หลังปัจจัยสำคัญหลายด้านทยอยรับรู้ไปมากแล้ว โดยเฉพาะผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งเตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD ในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อดัชนี

ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังต้องติดตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง และยังเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุน โดย InnovestX ประเมินกรอบ SET ระยะสั้นที่1,600-1,635 จุ

สำหรับตลาดวันนี้ มีโอกาสแกว่งตัวในลักษณะ Sideway Up หลังได้รับปัจจัยบวกจาก GDP ไทยไตรมาส 2/69 ที่ขยายตัว1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสูงกว่าตลาดคาดที่ 1.7% แม้ชะลอลงจากไตรมาสแรกที่เติบโต 2.8%

ขณะเดียวกัน สภาพัฒน์ปรับกรอบคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0-2.5% จากเดิม 1.5-2.5% สะท้อนมุมมองต่อเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และถือเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

นายพบชัยกล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียนออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีบริษัทประกาศงบแล้วประมาณ 670 บริษัท คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากกว่า 90% ของทั้งตลาด และมีกำไรรวมเกือบ 3.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 13% จากปีก่อน สูงกว่าที่เคยประเมินไว้ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท

ผลดังกล่าวหนุนให้ประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาด หรือ Market EPS ปี 2569 เพิ่มขึ้นสู่ 108.9 บาท จากสัปดาห์ก่อนบริเวณ 104-105 บาท ขณะที่ EPS ปี 2570 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 115 บาท จากเดิม 114 บาท สะท้อนการปรับประมาณการกำไรตลาดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับกลุ่มที่มีผลประกอบการโดดเด่น ได้แก่ พลังงาน โรงไฟฟ้า โรงกลั่น และปิโตรเคมี โดยบางบริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไร ขณะที่กลุ่ม ICT หรือสื่อสารมีผลประกอบการแข็งแกร่งและได้รับการปรับประมาณการกำไรขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้หากอิง Market EPS ราว 108 บาท และ P/E ที่ค่าเฉลี่ย16 เท่าจะได้เป้าหมาย SET บริเวณ1,730 จุด แต่หากตลาดซื้อขายที่ P/E 16.5 เท่า มีโอกาสเห็นดัชนีบริเวณ 1,780 จุด หรือมีอัพไซด์จากระดับปัจจุบันเกือบ 10% ทำให้ระดับดัชนีปัจจุบันยังมีความน่าสนใจในเชิง Valuation

ด้านหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ทั้ง HANA, KCE และ DELTA ที่ปรับตัวโดดเด่น ได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ประกอบกับแรงซื้อกลับหุ้นเทคโนโลยีโลก แนวโน้มดอกเบี้ยที่ผ่อนคลาย รวมถึงมาตรการภาครัฐที่สนับสนุน Data Center, Cloud และ AI

โดย InnovestX มอง HANA มีความเชื่อมโยงกับกระแส AI ค่อนข้างมาก และเลือกเป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม ขณะที่ DELTA แม้ยังได้รับแรงหนุนจากธีมเทคโนโลยี แต่ระดับราคาปัจจุบันค่อนข้างสูง ทำให้อัพไซด์อาจจำกัดกว่า

ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังน่าสนใจจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผล โดย KKP คาดมี Dividend Yield ราว 6-6.5%,TISCO ราว 6.1%, KTB ราว 6.3% และ KBANK ราว 6.4% ขณะที่ TTB เป็นอีกหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ BAY ถือเป็นธนาคารที่มีการปรับนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มี Dividend Yield ราว 3% บวกลบ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5.8% ในปีนี้ ทำให้ BAY มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นในมุมของหุ้นปันผล

Back to top button