TTB ดันเป้า AUM แตะ 1.3 ล้านลบ. ปี 71 เปิดตัว “TTB Superior” ปั้นสู่ความมั่งคั่ง

TTB เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง ตั้งเป้า AUM กลุ่ม Retail Banking แตะเกือบ 1.3 ล้านล้านบาทภายในปี 71 พร้อมเพิ่มลูกค้าเงินฝาก-ลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทเป็น 1.6-1.8 แสนราย ล่าสุดเปิดตัว “TTB Superior” ยกระดับประสบการณ์ทางการเงิน ชู Hybrid Model ผสานเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญ ต่อยอดลูกค้าสู่เป้าหมายความมั่งคั่งระยะยาว


นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) และฐานลูกค้ากลุ่มที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยภายในปี 2571 ต้องการเพิ่ม AUM ของกลุ่มลูกค้ารายย่อย (Retail Banking) จากปัจจุบันประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท เป็นเกือบ 1.3 ล้านล้านบาท

ปัจจุบัน AUM กลุ่ม Retail Banking แบ่งเป็นกลุ่ม Wealth Banking ประมาณ 7-8 แสนล้านบาท และกลุ่มลูกค้า Mass Affluent (MAF) ประมาณ 2.8 แสนล้านบาท ขณะที่เป้าหมายในปี 2571 ธนาคารคาดว่าจะผลักดัน AUM กลุ่ม MAF เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.6-3.7 แสนล้านบาท และกลุ่ม Wealth Banking เพิ่มเป็นประมาณ 9 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกัน ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุนกับธนาคารตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป จากปัจจุบันมีมากกว่า 1 แสนราย เพิ่มเป็นประมาณ 1.6-1.8 แสนรายภายในปี 2571 สะท้อนกลยุทธ์การสร้างฐานลูกค้าที่มีศักยภาพและต่อยอดความมั่งคั่งในระยะยาว

ล่าสุด TTB เปิดตัว “TTB Superior” เอกสิทธิ์และประสบการณ์ทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่ม Mass Affluent (MAF) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่เริ่มสร้างความมั่งคั่งและมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินรวมกับธนาคารตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ภายใต้แนวคิด “A Superior Path for Your Next Success – ก้าวที่เหนือกว่า สู่ความสำเร็จอีกระดับ” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของลูกค้าในการก้าวสู่ “เงินล้านแรก” พร้อมต่อยอดไปสู่เป้าหมายความมั่งคั่งในอนาคต

สำหรับ TTB Superior เป็นการยกระดับกลุ่มลูกค้า Preferred โดยธนาคารต้องการเป็นผู้ช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ง่ายขึ้น ทั้งด้านการออม การลงทุน การคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ โดยลูกค้าที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป และใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน TTB Touch จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของธนาคาร

ด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ธนาคารมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เป้าหมายของลูกค้า อาทิ บัญชี ttb ME save ซึ่งให้ดอกเบี้ยสูงสุด 1.5% เมื่อใช้คู่กับกองทุนรวม รวมถึงบัตรเครดิต TTB Absolute ที่มอบสิทธิประโยชน์ด้านการใช้จ่ายและไลฟ์สไตล์

นายฐากร กล่าวอีกว่า กลยุทธ์ด้านการลงทุนของ TTB จะเน้นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญ หรือ Hybrid Model เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงคำแนะนำด้านการลงทุนได้ทั้งช่องทางดิจิทัลและสาขา โดยมี “MyWealth” เป็น Digital Advisor ช่วยแนะนำกองทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและเป้าหมายของลูกค้า

นอกจากนี้ ธนาคารยังใช้แนวทาง Open Architecture เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถลงทุนในกองทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) พันธมิตรที่หลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะผลิตภัณฑ์ภายในเครือ เพื่อเพิ่มทางเลือกและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 15 กันยายนนี้ TTB เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ผ่าน TTB Touch จากความร่วมมือกับ Webull เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อขายหุ้นต่างประเทศได้โดยตรงผ่านช่องทางดิจิทัล ขณะที่ด้านการให้คำปรึกษาการลงทุน ธนาคารมีทีม Customer Investment Specialist (CIS) Advisor ประจำเกือบทุกสาขา และเตรียมเปิดตัว Investment Advisory Line เพื่อให้บริการคำปรึกษาผ่านโทรศัพท์และแชทเพิ่มเติม

สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุน ธนาคารนำเสนอ TTB Ultimate Global Portfolio 1, 2 และ 3 เป็นพอร์ตการลงทุนหลัก (Core Port) โดยเฉพาะ Portfolio 2 ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น โดยมีอัตราผลตอบแทนคาดการณ์ (Analyze Return) ประมาณ 15% แม้ภาวะตลาดมีความผันผวน ทั้งนี้ ผลตอบแทนในอดีตหรือผลตอบแทนคาดการณ์ไม่ใช่สิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต และการลงทุนมีความเสี่ยง

ทั้งนี้ TTB มุ่งประกอบ “จิ๊กซอว์” ทางการเงินให้ครอบคลุมทั้งเงินฝาก กองทุนรวม และการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อสร้างโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม พร้อมมุ่งยกระดับศักยภาพลูกค้า MAF ให้สามารถเติบโตจาก “ล้านแรก” ไปสู่ความมั่งคั่งที่สูงขึ้นอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการเติบโตของ AUM และฐานลูกค้าของธนาคารในปี 2571

Back to top button