TTB มั่นใจปีนี้ ROE ไม่ต่ำกว่า 9% ชู 3 แกนหลัก ดันรายได้ค่าฟี-ลดต้นทุน-คุมหนี้เสีย

TTB มั่นใจผลงานปี 69 เดินตามเป้า ROE ไม่ต่ำกว่า 9% เดินหน้า 3 กลยุทธ์หลักเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากกลุ่ม Wealth ลดต้นทุนผ่านดิจิทัล และคุมความเสี่ยงสินเชื่อ พร้อมตั้งเป้าดันรายได้ค่าฟี Wealth โต 15-20% ใน 2 ปี ขณะที่ช่วง 7 เดือนแรกค่าฟีโตแล้ว 12-13%


นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ธนาคารมั่นใจผลการดำเนินงานปี 2569 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 9% แม้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะทยอยสิ้นสุดลงภายในปี 2571 โดยธนาคารวาง 3 แกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่ การเติบโตของรายได้ โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมจากกลุ่มลูกค้า Wealth และผลิตภัณฑ์การลงทุน การนำผลจากการลงทุนด้านดิจิทัลในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงผ่านการคัดเลือกสินเชื่อคุณภาพ หรือ Golden Portfolio ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และบัตรเครดิต พร้อมใช้กลยุทธ์ Risk-Based Pricing เพื่อลดความเสี่ยงและภาระการตั้งสำรองในอนาคต

สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมจากกลุ่ม Wealth ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรและรักษาระดับ ROE โดยปัจจุบัน TTB มีฐานลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายระดับกลางประมาณ 600,000 ราย แต่สามารถเข้าถึงบริการด้านการลงทุนแล้วราว 100,000 ราย จึงยังมีโอกาสขยายฐานลูกค้าได้อีกประมาณ 500,000 ราย ธนาคารตั้งเป้าหมายให้รายได้ค่าธรรมเนียมจากกลุ่มดังกล่าวเติบโต 15-20% ภายใน 2 ปี และเพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจากกลุ่ม Wealth จากปัจจุบันราว 14% เป็น 30% ขณะเดียวกันในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารเติบโตในระดับเลขสองหลัก หรือประมาณ 12-13% โดยมีแรงหนุนจากค่าธรรมเนียมธุรกิจประกันและการสร้างสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ผ่านกองทุนรวม ขณะที่รายได้จากธุรกิจการลงทุนเติบโตเกือบ 20% จากความร่วมมือระหว่าง Eastspring, Investment Office และทีมสาขา

นายฐากร กล่าวว่า TTB เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของสินเชื่อในกลุ่มบ้าน รถยนต์ และบัตรเครดิต โดยยอดสินเชื่อใหม่ในหลายผลิตภัณฑ์เริ่มสูงกว่ายอดชำระคืนแล้ว ขณะที่ผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุน เช่น ประกันควบการลงทุน Multi-Asset 15/5 และกองทุน Global Allocation (G1-2-3) ได้รับการตอบรับที่ดีและช่วยเพิ่ม AUM อย่างต่อเนื่อง โดยในปีหน้าระบบนิเวศด้านการลงทุนจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้นจากการทำงานร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTBWEALTH เพื่อให้บริการการลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ครบวงจร นอกจากนี้ การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต TTB ยังเติบโตถึง 15% สูงกว่าการเติบโตของตลาดโดยรวมที่อยู่ราว 1-2% ทั้งนี้ หากธนาคารสามารถเดินหน้าตามแผนทั้งการเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย และควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ผ่าน 3 แกนหลัก จะช่วยให้ TTB รักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นได้ตามเป้าหมาย

Back to top button