SCGP ทุ่ม 9.85 พันลบ. ขยายโรงงานกาญจนบุรี ปั๊มกระดาษยิปซัม 4 แสนตัน/ปี

SCGP ทุ่ม 9,846 ล้านบาท ขยายโรงงานกาญจนบุรี เพิ่มกำลังผลิตกระดาษยิปซัม 4 แสนตัน/ปี เสริมทัพสินค้ามูลค่าสูง คาดเปิดเดินเครื่องไตรมาส 4/2571 รองรับความต้องการในภูมิภาค


บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทเดินหน้าขยายกำลังการผลิตกระดาษสำหรับผลิตแผ่นยิปซัม (Plasterboard Liner) ในประเทศไทย ด้วยงบลงทุน 9,846 ล้านบาท เพื่อเสริมความเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High-value Product Lines) และเพิ่มศักยภาพในการรองรับความต้องการของตลาดและลูกค้าในภูมิภาคที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

การลงทุนดังกล่าวดำเนินการผ่านบริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด (SKIC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCGP ถือหุ้น 100% และตั้งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยงบลงทุนจะทยอยใช้สำหรับค่าเครื่องจักร ค่าติดตั้ง และเงินทุนหมุนเวียน มีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตกระดาษสำหรับผลิตแผ่นยิปซัมประมาณ 400,000 ตันต่อปี และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4 ปี 2571

การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้จะช่วยให้ SCGP รองรับความต้องการกระดาษสำหรับผลิตแผ่นยิปซัมในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นสินค้าที่ต้องใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านการผลิตในระดับสูง ทำให้มีผู้ผลิตในตลาดจำนวนจำกัด ขณะที่ความต้องการแผ่นยิปซัมมีแนวโน้มเติบโตตามการใช้วัสดุก่อสร้างน้ำหนักเบาที่เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก

สำหรับเครื่องจักรใหม่จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความยืดหยุ่นในการผลิตสูง สามารถผลิตได้ทั้งกระดาษสำหรับผลิตแผ่นยิปซัมและกระดาษทำผิวกล่องลูกฟูกคุณภาพสูง (Premium Linerboard) ซึ่งจะช่วยรองรับการเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตของโรงงาน SCGP ในประเทศไทยและเวียดนาม ตลอดจนเพิ่มความสามารถในการบริหารสัดส่วนผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับภาวะตลาด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

SCGP ระบุว่า การลงทุนดังกล่าวจะช่วยรักษาความเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาค และสนับสนุนการเติบโตเชิงกลยุทธ์อย่างยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้า ขณะเดียวกัน บริษัทจะยังคงแสวงหาโอกาสขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการและความร่วมมือทางธุรกิจ (Merger and Partnership) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวมีขนาดรายการคิดเป็น 5.44% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมตามงบการเงินรวมของ SCGP สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยในช่วง 12 เดือนก่อนวันที่คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการเข้าทำรายการ SCGP ไม่มีรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์อื่นที่เกี่ยวข้องกันหรือเป็นรายการภายใต้โครงการเดียวกัน

ดังนั้น ธุรกรรมดังกล่าวจึงไม่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญ และไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน

Back to top button