
FLE ชูศักยภาพ “ระบบสูบน้ำ” หัวใจสำคัญดาต้าเซ็นเตอร์ ต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่เมกะเทรนด์ AI
FLE เดินหน้ารุกตลาด Data Center และ AI Infrastructure ต่อยอดความเชี่ยวชาญระบบน้ำ หวังสร้าง New S-Curve รับการลงทุน Data Center ในไทยที่เติบโตต่อเนื่อง
บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญจากธุรกิจหลัก (Core Business) ด้านการให้บริการระบบสูบน้ำและระบบส่งน้ำแก่หน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมชลประทานและการประปา สู่โอกาสใหม่ในตลาด Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ซึ่งระบบน้ำมีบทบาทสำคัญต่อการระบายความร้อนของระบบ
การเติบโตของเทคโนโลยี AI และ Data Center ส่งผลให้ความต้องการระบบระบายความร้อนที่มีความจุสูงเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันโครงการ Data Center และ Cloud ที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีมูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านล้านบาท
ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลกเดินหน้าลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดย AWS มีแผนลงทุนกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Google ลงทุนราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจัดตั้ง Data Center ในจังหวัดชลบุรีและ Cloud Region ในกรุงเทพฯ รวมถึง Microsoft ที่ลงทุนใน Data Center Region ในประเทศไทย
สำหรับ Data Center แต่ละแห่งมีความต้องการใช้พลังงานในระดับสูงประมาณ 50-200 เมกะวัตต์ ส่งผลให้มีความต้องการใช้น้ำในกระบวนการระบายความร้อนเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ตั้งโครงการส่วนใหญ่กระจุกตัวในพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญตามการอนุมัติของ BOI อาทิ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง
ในส่วนของ FLE บริษัทสามารถนำความเชี่ยวชาญด้านระบบสูบน้ำ (Pumping System) ระบบท่อและวาล์ว (Pipe Network & Valve) ระบบไฟฟ้า (MCC) ระบบควบคุม (PLC & Control) รวมถึงระบบ SCADA และ Automation มาประยุกต์ใช้ในห่วงโซ่คุณค่าของ Data Center ได้ตลอดทั้งระบบ
สำหรับระบบน้ำภายใน Data Center ครอบคลุมระบบสูบน้ำหล่อเย็น (Cooling Water Pump) ระบบน้ำเย็น (Chilled Water System) และระบบดับเพลิง (Fire Pump) โดยมีมูลค่างานหลักร้อยล้านบาทต่อโครงการ
นอกจากนี้ FLE ยังมีโอกาสให้บริการระบบส่งน้ำและสถานีสูบน้ำภายนอก Data Center ทั้งสถานีสูบน้ำและส่งน้ำ ท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ อ่างเก็บน้ำ และระบบกระจายน้ำ เพื่อสนับสนุนความต้องการใช้น้ำของนิคมอุตสาหกรรมและ Data Center Campus
อีกหนึ่งโอกาสสำคัญคือระบบรีไซเคิลและบำบัดน้ำ โดยสามารถนำระบบบำบัดน้ำเสียและระบบนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reuse) มาประยุกต์ใช้เพื่อลดการใช้น้ำและต้นทุนในระยะยาว พร้อมรองรับความต้องการด้านความยั่งยืนของโครงการ
ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถต่อยอดสู่ Smart Water Management ด้วยการนำเทคโนโลยี Real-time Monitoring, Predictive Maintenance, Digital Twin และ AI Analytics มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบน้ำ ลดต้นทุน และยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์
สำหรับโอกาสทางธุรกิจ งานระบบน้ำและวิศวกรรมมีสัดส่วนสูงถึง 30-40% ของงบลงทุนทั้งหมดใน Data Center ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Margin) อยู่ที่ระดับ 20-30% ซึ่งใกล้เคียงหรือสูงกว่างานภาครัฐในปัจจุบัน
การรุกเข้าสู่ตลาด Data Center และ AI Infrastructure จึงเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตใหม่ (New S-Curve) ให้กับ FLE โดยขยายฐานลูกค้าจากภาครัฐสู่ภาคเอกชนขนาดใหญ่ พร้อมนำความเชี่ยวชาญเดิมมาต่อยอดได้ทันที ลดความเสี่ยงด้านการลงทุน และเสริมศักยภาพการเป็นผู้นำด้าน Water Infrastructure ของไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ FLE ตั้งเป้าหมายก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Water Infrastructure & Utility Engineering สำหรับ Data Center และ AI Infrastructure ของประเทศไทย


