KS คง “ซื้อ” BCH เป้า 11.30 บาท ลุ้นผลงาน Q3 ฟื้น รับผู้ป่วยต่างชาติ-ดีล M&A หนุน

KS มอง BCH แนวโน้มไตรมาส 3/69 ฟื้นตัว รับผู้ป่วยโรคระบาด-โรคซับซ้อนเพิ่ม หนุนอัตราครองเตียง ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติยังโต เดินหน้าดีลโรงพยาบาลอุบลราชธานี และลุ้น SSO ปรับค่าบริการ คงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 11.30 บาทต่อหุ้น


บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ประเมินแนวโน้มธุรกิจของ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ว่า ผู้บริหารยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในระดับ Low to Mid Single Digit ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 มีทิศทางดีขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากจำนวนผู้ป่วยโรคระบาดและโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการครองเตียงปรับตัวดีขึ้น

สำหรับผู้ป่วยต่างประเทศยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 2/2569 โดยกลุ่มลูกค้าจากตะวันออกกลางมีการเติบโตจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย ขณะที่กลุ่ม CLMV ยังคงติดลบเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้อัตราการลดลงจะชะลอตัวลง

ขณะเดียวกัน BCH เตรียมเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี โดยคาดว่าจะลงนามในสัญญาช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเข้าไปปรับปรุงโรงพยาบาล เพิ่มจำนวนแพทย์ และมีโอกาสปรับเพิ่มค่าบริการ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะต่อไป

นอกจากนี้ BCH ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาดีลลงทุนเพิ่มเติมอีกประมาณ 10 ดีล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลและสร้างการเติบโตในอนาคต

ด้านประเด็นการปรับอัตราค่าบริการของสำนักงานประกันสังคม (SSO) คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องมีกำหนดประชุมครั้งที่ 2 ในวันที่ 7 กันยายน 2569 และคาดว่าจะมีการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนวันที่ 24 ตุลาคม 2569 โดยอยู่ระหว่างพิจารณาการปรับค่าบริการในหลายส่วน รวมถึงโรคเรื้อรังที่อาจมีการปรับรูปแบบการจ่ายเงิน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและแนวทางการปรับยังต้องรอผลการพิจารณา

สำหรับกรณีการเปิดให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 สมัครเข้าสู่มาตรา 33 คาดว่าจะมีผู้ย้ายเข้าระบบประมาณ 1 ล้านคน โดย BCH ประเมินว่ามีโอกาสได้รับส่วนแบ่งประมาณ 5-10% ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อจำนวนผู้ประกันตนของบริษัท

ส่วนโรงพยาบาลใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ ลาว ปราจีนบุรี และอรัญประเทศนั้น โรงพยาบาลในลาวมีแนวโน้มทรงตัวเมื่อไม่รวมรายได้พิเศษ ขณะที่การลดลงของรายได้ในไตรมาส 2/2569 เมื่อเทียบกับปีก่อน มีสาเหตุหลักจากรายได้ One-off ที่หายไป ด้านโรงพยาบาลปราจีนบุรีมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนโรงพยาบาลอรัญประเทศยังได้รับแรงกดดันจากการปิดด่านชายแดน

นอกจากนี้ การที่สำนักงานประกันสังคมปรับเกณฑ์การให้บริการ Sleep Test คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อโรงพยาบาลที่มีผู้ประกันตนซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง โดย BCH มองว่าบริษัทมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

สำหรับการจ่ายเงินปันผลพิเศษ บริษัทจะพิจารณาจากสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นหลัก โดยหากไม่มีแผนลงทุนใหม่ที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ก็มีโอกาสพิจารณาจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหุ้น

ทางฝ่ายวิจัยประเมินภาพรวม BCH อยู่ในมุมมอง Neutral แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมายที่ 11.30 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าการฟื้นตัวของผู้ป่วยในประเทศ การเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ การขยายเครือข่ายโรงพยาบาล และโอกาสจากการปรับเกณฑ์ของประกันสังคม เป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในระยะถัดไป

Back to top button