“เวเนซุเอลา” จับมือ “สหรัฐ” ดีลน้ำมัน 25 ปี ดันผลิตแตะ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

เวเนซุเอลาเปิดข้อตกลงความร่วมมือพลังงานกับสหรัฐฯ ระยะยาว 25 ปี ครอบคลุมพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ 17 แห่ง ตั้งเป้าดันผลผลิตเกิน 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมยืนยันยังคงกรรมสิทธิ์และอธิปไตยเหนือทรัพยากรธรรมชาติ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ส.ค.69) นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า ข้อตกลงความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐอเมริกา จะมีระยะเวลาผูกพัน 25 ปี โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบขึ้นสู่ระดับมากกว่า 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมยืนยันว่าเวเนซุเอลายังคงรักษากรรมสิทธิ์และอธิปไตยเหนือทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

นางโรดริเกซ กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ VTV ช่วงดึกวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจเวเนซุเอลา ทั้งในด้านการเพิ่มรายได้ภาครัฐ การดึงดูดเงินลงทุน และการฟื้นฟูอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ

สำหรับโครงการภายใต้กรอบความร่วมมือระยะเวลา 25 ปี จะครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์จำนวน 17 แห่ง เพื่อผลักดันกำลังการผลิตให้มากกว่า 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายเบื้องต้นเฉพาะภายใต้ข้อตกลงกับสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน แผนแม่บทด้านพลังงานของเวเนซุเอลายังครอบคลุมการพัฒนาแปลงสำรวจและผลิตน้ำมันใหม่เพิ่มเติมอีก 8 แปลง เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตในระยะยาว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยแผนการเข้าบริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมันบางส่วนของเวเนซุเอลา เพื่อเปิดทางให้บริษัทพลังงานสัญชาติอเมริกันเข้ามามีบทบาทในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมัน และเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบ ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้รับสิทธิบริหารจัดการในสัดส่วนหลักเหนือปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วกว่า 65,000 ล้านบาร์เรล ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน แม้รายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างครบถ้วน

ปัจจุบัน เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก แต่สามารถผลิตน้ำมันได้เพียงประมาณ 1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ จากข้อจำกัดด้านเงินลงทุน ปัญหาการบริหารจัดการ และผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นางโรดริเกซประเมินว่า ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวอาจสร้างรายได้ให้แก่รัฐบาลเวเนซุเอลาราว 2.09 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างอิงราคาน้ำมันดิบที่ระดับ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และคาดว่ารายได้ประมาณ 19 ดอลลาร์จากน้ำมันทุก 1 บาร์เรลที่ผลิตและจำหน่าย จะถูกนำส่งเข้าคลังของเวเนซุเอลาโดยตรง

พร้อมกันนี้ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลาย้ำว่า ประเทศยังคงมีกรรมสิทธิ์และอธิปไตยเหนือทรัพยากรธรรมชาติ แม้เปิดรับเงินทุน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญจากต่างประเทศ เพื่อช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร

นอกจากนี้ รัฐบาลเวเนซุเอลายังเตรียมลงนามสัญญามอบสิทธิสำรวจและผลิตน้ำมันในแปลงใหม่แก่บริษัทต่างชาติ รวมถึงบริษัทพลังงานสัญชาติอเมริกันในสัปดาห์หน้า โดยมีรายงานว่า เชฟรอน (Chevron) เป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียมบรรลุข้อตกลง เพื่อเปลี่ยนผ่านกิจการร่วมค้าเดิมเข้าสู่กรอบความร่วมมือด้านพลังงานฉบับใหม่

Back to top button