SISB เร่งขยายโรงเรียน-อัพหลักสูตร AI ส่ง “Marina” เจาะตลาดใหม่ มั่นใจดันมาร์จิ้นปีนี้ 31%

SISB อัดงบราว 735 ล้านบาท เพิ่ม Capacity 1,800 ที่นั่ง ปั้น “Marina” รังสิต เจาะครอบครัวระดับกลาง ชูค่าเทอม 3-5 แสนบาทต่อปี รองรับ 1,200 ที่นั่ง เปิด ส.ค.70 พร้อมยกระดับหลักสูตร AI-Robotics-ภาษาจีน และ University Counselling พ่วงแผนขยายสุวรรณภูมิหลังปี 70 มั่นปีนี้รักษา Net Profit Margin ระดับ 31% ดันเป้านักเรียนปีนี้แตะ 4,600 คน


นายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB เปิดเผยในงาน Opportunity Day เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทมี รายได้รวม 638.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.2% จากไตรมาสก่อน ขณะที่มีกำไรสุทธิ 200.3 ล้านบาท และยังสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิในระดับสูงที่ 31.4%

สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,275.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 416 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 32.6% สะท้อนความสามารถในการรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 บริษัทประเมินว่ารายได้อาจอ่อนตัวจากครึ่งปีแรกเล็กน้อย ตามจำนวนนักเรียน อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลกระทบจะไม่มาก เนื่องจากนักเรียนเดิมมีการเลื่อนระดับชั้น ส่งผลให้โครงสร้างรายได้ต่อนักเรียนปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้ารักษา Net Profit Margin ทั้งปี 2569 ไว้ใกล้ระดับ 31%

ด้านจำนวนนักเรียนบริษัทปรับเป้าสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 4,600 คน จากเดิม 4,800 คน เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาด หลัง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 มีนักเรียน 4,587 คน โดยฝ่ายบริหารยังคงให้น้ำหนักกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการรักษามาตรฐานการศึกษาในช่วงที่การแข่งขันสูงขึ้น

นายยิวระบุว่า อุตสาหกรรมโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยยังมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว แม้ระยะสั้นได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้ปกครอง รวมถึงจำนวนนักเรียนต่างชาติ โดยเฉพาะนักเรียนจีนที่ชะลอตัว ขณะเดียวกัน จำนวนโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้นทำให้การแข่งขันด้านคุณภาพการศึกษา หลักสูตร และค่าเล่าเรียนเข้มข้นมากขึ้น

ทั้งนี้ SISB ไม่ปรับขึ้นค่าเล่าเรียนในปีการศึกษา 2569/2570 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน ส่วนปีการศึกษาถัดไปจะพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งตามสถานการณ์

ขณะเดียวกัน SISB เดินหน้าลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับการเติบโต โดยแผนพัฒนาช่วงปี 2568-2570 วางงบก่อสร้างรวมประมาณ 735 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความสามารถรองรับนักเรียนอีก 1,800 ที่นั่ง

โครงการแรกคือการขยาย โรงเรียนประชาอุทิศ ระยะที่ 3 เพิ่มความจุประมาณ 600 ที่นั่ง ใช้งบลงทุน 265 ล้านบาท ซึ่งเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 ช่วยเพิ่มพื้นที่รองรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและการเติบโตของฐานนักเรียนในอนาคต

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ Marina Singapore International School โรงเรียนนานาชาติแห่งที่ 7 ของกลุ่ม ตั้งอยู่บริเวณรังสิต คลอง 3 จังหวัดปทุมธานี สามารถรองรับนักเรียนประมาณ 1,200 คน ใช้งบลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท และมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือน สิงหาคม 2570

นายยิวกล่าวว่า Marina จะเป็น Second Brand ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ตโรงเรียนของ SISB และช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ โดยปัจจุบันค่าเล่าเรียนของโรงเรียนภายใต้แบรนด์หลัก SISB อยู่ที่ประมาณ 400,000-700,000 กว่าบาทต่อปี และบางระดับชั้นอาจสูงถึงประมาณ 800,000 บาทต่อปี ส่งผลให้ยังมีครอบครัวไทยอีกจำนวนมากที่สนใจการศึกษานานาชาติ แต่ต้องการทางเลือกในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

บริษัทจึงวางตำแหน่ง Marina ให้มีค่าเล่าเรียนต่ำกว่าแบรนด์ SISB ประมาณ 40% หรืออยู่ที่ประมาณ 300,000-500,000 บาทเศษต่อปี ขึ้นอยู่กับระดับชั้น เพื่อเจาะกลุ่มครอบครัวระดับกลางและขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษานานาชาติที่มีคุณภาพให้กว้างขึ้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัท

ปัจจุบันบริษัทเปิด Admission Office ของ Marina มาแล้วประมาณ 2-3 เดือน และได้รับใบสมัครแล้วประมาณ 28 ราย โดยผู้บริหารประเมินว่าความสนใจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความคืบหน้าของงานก่อสร้าง ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2570

นอกจากนี้ SISB ยังลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อพัฒนา Sport Facility แห่งใหม่ของโรงเรียนธนบุรี ประกอบด้วยสนามฟุตบอลและสระว่ายน้ำ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการใน ไตรมาส 1/2570 เพื่อเสริมกิจกรรมและยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียนให้ครบวงจรมากขึ้น

ส่วนแผนหลังปี 2570 บริษัทเตรียมขยายโรงเรียนสุวรรณภูมิ โดยได้ซื้อที่ดินเพิ่มเติมประมาณ 23 ไร่ บนถนนหนามแดง มูลค่าราว 470 ล้านบาท ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนเดิมประมาณ 500 เมตร เพื่อรองรับการพัฒนาโรงเรียนเต็มรูปแบบตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา หรือ K-12 ในอนาคต

ด้านฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีเงินสดประมาณ 1,800 ล้านบาท เพียงพอรองรับแผนลงทุนที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะที่บริษัทจะพิจารณาการจัดสรรเงินทุน ทั้งการลงทุน การจ่ายเงินปันผล และทางเลือกอื่น ๆ ให้เหมาะสม เพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นควบคู่กับการเติบโตระยะยาว

นอกจากการขยาย Capacity แล้ว SISB ยังเร่งพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับโลกการศึกษาแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “Empowering Learners for the Age of AI” โดยนำกรอบ AI Literacy มาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ PISA 2029 พร้อมเสริมเนื้อหา AI, Robotics, ICT และ Coding ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม

ขณะเดียวกัน บริษัทยังยกระดับการเรียนภาษาจีนโดยใช้มาตรฐาน HSK และ YCT เป็น Benchmark พร้อมพัฒนาระบบ University Counselling รองรับการศึกษาต่อทั้งในสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย และจีน ตลอดจนเตรียมนักเรียนสำหรับการสอบมาตรฐาน อาทิ IELTS, SAT และ UCAT

นายยิว กล่าวทิ้งท้ายว่า กลยุทธ์สำคัญของ SISB ในระยะต่อไปยังคงมุ่งรักษามาตรฐาน คุณภาพการศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาหลักสูตร บุคลากร และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายฐานนักเรียนผ่านแบรนด์ใหม่ Marina และเพิ่ม Capacity ของโรงเรียนในเครือ เพื่อวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Back to top button