
KTB มั่นใจสินเชื่อปี 69 โตเกินเป้า ลุย Asset Light ปั้น New Driver รับเศรษฐกิจยุคใหม่
“ผยง ศรีวณิช” แม่ทัพใหญ่แบงค์กรุงไทย (KTB) มั่นใจสินเชื่อรวมปี69 โตเกินเป้า 0-2% เดินเกมโตยั่งยืน คุมความเสี่ยงรักษา ROE ระดับ 2 หลัก พร้อมเร่งสร้าง New Driver รองรับลูกค้า New Gen ขยายต่างประเทศแบบ Asset Light ด้าน JV AMC ร่วม BAM คืบหน้า เดินหน้าปรับระบบแก้หนี้สู่ Debtor-centric ลดความเสี่ยง NPL
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ธนาคารมั่นใจภาพรวมสินเชื่อรวมในปี 2569 จะเติบโตได้สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้เล็กน้อย จากเดิมที่ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อรวมไว้ที่ 0-2% โดย KTB ยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนและสม่ำเสมอ ไม่มุ่งเน้นการขยายตัวแบบหวือหวาหรือรับความเสี่ยงสูง พร้อมบริหารจัดการงบดุลอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินและผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้อยู่ในระดับเลข 2 หลัก ขณะที่เงินกองทุน โดยเฉพาะ Common Equity Tier 1 (CET1) ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง
สำหรับโครงสร้างสินเชื่อในปัจจุบัน กลุ่มลูกค้ารายใหญ่ (Corporate) ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต แม้การแข่งขันด้านราคาจะอยู่ในระดับสูง ขณะที่สินเชื่อรายย่อย (Retail) ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง ส่วนลูกค้าเอสเอ็มอี (SME) ธนาคารมุ่งเน้นการประคับประคองไม่ให้ได้รับผลกระทบรุนแรงจากภาวะเศรษฐกิจ
นายผยง กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ ธนาคารเตรียมรองรับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ (New Gen) ที่มีแนวโน้มแยกตัวจากธุรกิจกงสีเดิมเพื่อสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่ โดยธนาคารอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างพื้นฐาน (Foundation) และเร่งสร้าง New Driver เพื่อให้พร้อมรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจในอนาคตที่เปลี่ยนแปลงไป
ส่วนการสร้างการเติบโตในระยะต่อไป KTB จะเน้นกลยุทธ์ Asset Light โดยเฉพาะการขยายธุรกิจต่างประเทศ ไม่เน้นการลงทุนขนาดใหญ่หรือการเข้าซื้อกิจการ แต่ใช้แนวทาง “Connect the dots” เชื่อมโยงศักยภาพและเครือข่ายเพื่อสนับสนุนลูกค้าไทยที่ออกไปลงทุนต่างประเทศและลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทย พร้อมเปิดกว้างสำหรับการสร้างพันธมิตรรูปแบบใหม่ รวมถึงการปรับรูปแบบความร่วมมือกับพันธมิตรเดิม
ขณะที่ความร่วมมือกับบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ในการจัดตั้ง JV AMC มีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยทีมงานอยู่ระหว่างเดินหน้าดำเนินการ เพื่อเสริมความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์และวางรากฐาน KTB ให้พร้อมรับโครงสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่
นายผง กล่าวว่า ด้านการแก้ไขปัญหาหนี้ มองว่าระบบการแก้หนี้ควรปรับจากการพิจารณาเป็นรายบัญชีหรือรายมูลหนี้ มาเป็นการยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง (Debtor-centric) เพื่อให้สามารถลดภาระหนี้ของลูกหนี้ได้อย่างแท้จริง โดยจำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายภาคส่วน เพื่อให้เห็นศักยภาพและภาระหนี้ของลูกหนี้ในภาพรวม รวมถึงข้อมูลด้านอาชีพและรายได้ เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานประกันสังคม ขณะเดียวกัน KTB ยังใช้แนวทางปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก โดยเฉพาะลูกหนี้เดิมที่เผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและโครงสร้างอุตสาหกรรม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเกิด NPL

