GBS คัด 6 หุ้นรับโซลาร์รูฟ จับตาน้ำมันพุ่ง-เฟดเข้มนโนบายการเงิน

บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทยเดือน ก.ย.69 ผันผวนในกรอบ 1,550-1,620 จุด จับตาน้ำมันพุ่ง-เฟดคุมเข้มนโยบายการเงิน-ภาษีสหรัฐฯ กดดันตลาด ขณะที่ส่งออกและท่องเที่ยวยังช่วยพยุง แนะลงทุน GUNKUL-GULF-SOLAR-COM7-KUMWEL-ASEFA รับมาตรการหนุน Solar Roof


นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายน 2569 ยังมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี SET Index ที่ระดับ 1,550-1,620 จุด ท่ามกลางปัจจัยกดดันทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ

โดยแนะนำกลยุทธ์ลงทุนที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการภาครัฐสนับสนุนการติดตั้ง Solar Roof ได้แก่ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) หรือ SOLAR, บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7, บริษัท คัมเวล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KUMWEL และบริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) หรือ ASEFA

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกช่วยพยุง โดยเฉพาะภาคส่งออกเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ขยายตัว 21.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนแรกของปี หรือเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 การส่งออกขยายตัวรวม 18.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านภาคท่องเที่ยวยังเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ หลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมเพิ่มขึ้นแตะ 20.6 ล้านคน สร้างรายได้สะสมมากกว่า 980,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีแรงกระตุ้นจากโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” ซึ่งเป็นมาตรการ Co-payment อุดหนุนค่าที่พัก 50% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ พร้อมคูปองดิจิทัล 500 บาท โดยเตรียมเปิดลงทะเบียนจำนวน 1 ล้านสิทธิในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และเริ่มเดินทางได้ในเดือนธันวาคม 2569

ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบ WTI ซึ่งในเดือนสิงหาคมเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways-Up จากระดับ 74-75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนปรับขึ้นแตะระดับประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือนกันยายน จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง ประกอบกับการควบคุมกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจยังคงดำเนินนโยบายการเงินในระดับเข้มงวด หลังการประชุมล่าสุดมีมติ 9 ต่อ 3 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% โดยกรรมการ 3 รายลงมติเห็นต่างให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่ล่าสุด นายเควิน วอร์ช ประธาน FED ส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่ชะลอลงสู่เป้าหมาย 2% ได้เร็วเพียงพอ

Back to top button