
“พิรงรอง” ชี้คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ยืนยัน “หมอไห่” พ้นเก้าอี้ประธาน กสทช.
“ศาสตราจารย์กิตติคุณพิรงรอง รามสูต” เผยทีมกฎหมายตีความคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ชี้ “นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” พ้นตำแหน่งประธาน กสทช. หลังคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหามีผล พร้อมย้ำกรรมการที่เหลือไม่น้อยกว่า 4 คน สามารถเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อได้
ศาสตราจารย์กิตติคุณพิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 กรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคำฟ้องของนายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ซึ่งขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ระบุว่า นายแพทย์สรณมีลักษณะต้องห้ามและถือว่าสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช.
ศาสตราจารย์กิตติคุณพิรงรองระบุว่า ภายหลังหารือร่วมกับทีมที่ปรึกษากฎหมาย เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. โดยการที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคำฟ้อง สะท้อนว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นที่สุดและมีผลกระทบต่อผู้ฟ้องคดีแล้ว จึงทำให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายและมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้วินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดระบุในเหตุผลประกอบคำสั่งรับฟ้องว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวย่อมถือเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) และไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ ตามมาตรา 20 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณพิรงรองระบุว่า คำสั่งศาลปกครองสูงสุดยังอธิบายว่า ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งจากการกระทำที่ถือเป็นการสละสิทธิเข้าดำรงตำแหน่งโดยผลของกฎหมายแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ฟ้องคดีจะพ้นจากตำแหน่ง แต่มาตรา 20 วรรคสาม ยังกำหนดให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 4 คน สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก
ศาสตราจารย์กิตติคุณพิรงรองเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวถือเป็นแนวทางทางกฎหมายที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กรรมการที่เหลือสามารถเข้าร่วมประชุมและพิจารณาวาระที่คั่งค้าง หลังการประชุม กสทช. ไม่สามารถดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้เป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือน
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาประเด็นระยะเวลาการยื่นฟ้อง ศาลได้กล่าวถึงการรับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาซึ่งลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 และมีเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. รับเอกสารไว้เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยศาสตราจารย์กิตติคุณพิรงรองตีความว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลต่อสถานะของประธาน กสทช. ตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง และทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่นับตั้งแต่เวลาดังกล่าว
ศาสตราจารย์กิตติคุณพิรงรองกล่าวทิ้งท้ายว่า คาดหวังให้สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการ ดำเนินการจัดประชุมและอำนวยความสะดวกแก่กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ตามมาตรา 20 เพื่อให้องค์กรสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง ถูกต้องตามกฎหมาย และเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ

