
GCAP ชี้ทองยังถูกกดดัน “เฟด” ส่งซิกคุมเงินเฟ้อ จับตาตัวเลข Nonfarm ศุกร์นี้
บ.จีแคป (GCAP GOLD) มองทองคำระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดัน หลังเฟดส่งสัญญาณเดินหน้าคุมเงินเฟ้อ หนุนตลาดเพิ่มน้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. จับตาตัวเลข Nonfarm Payrolls ศุกร์นี้ แนะ “รอซื้อเมื่อสร้างฐาน” แนวรับ 4,300-4,235 ดอลลาร์ หรือทองไทย 67,800-67,000 บาท
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น จากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ส่งสัญญาณในการประชุม Jackson Hole ว่า เฟดยังคงมี “งานต้องทำ” หากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ปรับตัวกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% อย่างชัดเจน
โดยท่าทีดังกล่าวส่งผลให้ตลาดปรับเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเป็นประมาณ 60% จากเดิม 35% ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) และค่าเงินดอลลาร์ให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้จึงแนะนำ “รอซื้อเมื่อราคาสร้างฐาน” มากกว่าการรีบเข้าซื้อหลังราคาปรับตัวลงแรง โดยจับตาแนวรับสำคัญบริเวณ 4,300 และ 4,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราคาทองคำไทยประมาณ 67,800-67,000 บาท หากราคาสามารถสร้างฐานและเริ่มมีแรงซื้อกลับบริเวณดังกล่าว มองเป็นจังหวะทยอยเข้าซื้อ โดยมีเป้าหมายขายทำกำไรที่ 4,425-4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองคำไทยประมาณ 69,700-70,000 บาท
ขณะที่หากราคาทองคำฟื้นตัวทะลุและสามารถยืนเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองคำไทยประมาณ 70,500 บาท ได้ จะถือเป็นสัญญาณเชิงบวก สะท้อนว่าแรงกดดันระยะสั้นเริ่มคลี่คลาย และเปิดโอกาสให้ราคากลับเข้าสู่ทิศทางฟื้นตัวได้ชัดเจนมากขึ้น
สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนสิงหาคม ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยตลาดคาดว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นประมาณ 58,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1%
ทั้งนี้ หากตัวเลขการจ้างงานออกมาดีกว่าคาด และค่าจ้างยังเร่งตัวขึ้น จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ Bond Yield และดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำ ขณะที่ในทางกลับกัน หากการจ้างงานออกมาต่ำกว่าคาด หรือกลับมาติดลบ ตลาดอาจลดน้ำหนักต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัว

