
GCAP GOLD ชี้ทองฟื้นหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ ลุ้นฝ่าแนวต้าน 4,150 เหรียญ
จีแคป (GCAP) ประเมินทิศทางราคาทองคำฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 4,000 เหรียญสหรัฐฯ รับแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่า-บอนด์ยีลด์ร่วงหลังทราบผลเลือกตั้งสหรัฐฯ แนะจับตา 3 ปัจจัยหลัก นโยบายทรัมป์, สงครามตะวันออกกลาง และตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ชูกลยุทธ์รอจังหวะย่อซื้อสะสม ลุ้นฝ่าด่านแนวต้านสำคัญ 4,150 เหรียญสหรัฐฯ
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำระยะสั้นมีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้น โดยสามารถกลับมายืนเหนือระดับ 4,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้สำเร็จ หลังจากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเผชิญแรงขายกดดันจนลงไปเคลื่อนไหวบริเวณ 3,880 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ สะท้อนถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามาหลังทราบผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม GCAP ประเมินว่าราคาทองคำจำเป็นต้องทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ 4,150 เหรียญสหรัฐให้ได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการฟื้นตัวจะไปต่อได้ หากยังไม่สามารถผ่านได้ อาจเห็นแรงขายทำกำไรกดดันให้ราคาย่อตัวลงมาทดสอบฐานอีกครั้ง
ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนจับตา 3 ปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป ได้แก่:
1.ทิศทางการเมืองและนโยบายสหรัฐฯ: การที่พรรคเดโมแครตคว้าเสียงข้างมากในทั้งสองสภา จะเพิ่มข้อจำกัดในการผลักดันกฎหมายและงบประมาณของรัฐบาลทรัมป์ ความเสี่ยงจากภาวะชะงักงันทางนโยบายเศรษฐกิจนี้ จะเป็นแรงพยุงราคาทองคำในระยะสั้นผ่านทิศทางเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ที่ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม นโยบายด้านภาษีการค้าและการต่างประเทศอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงทันที หากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์กลับมาแข็งค่า จะลดทอนแรงหนุนของทองคำลง
2.สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ยังต้องติดตามทั้งประเด็นการโจมตีและการเจรจา หากเกิดการโจมตีเพิ่มเติมจะเป็นแรงหนุนให้เกิดแรงซื้อทองคำระยะสั้น แต่หากสถานการณ์ตึงเครียดจนราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น อาจสร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ ในทางกลับกัน หากการเจรจาคืบหน้าจนกดดันราคาน้ำมันให้ลดลง จะช่วยคลายแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลงได้ แม้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจะลดลงตามไปด้วย
3.ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ: ตลาดรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนตุลาคม ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20.30 น. (ตามเวลาไทย) เบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 65,000 ตำแหน่ง จากเดิม 29,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% หากตัวเลขออกมาตามคาด อาจกดดันราคาทองคำเล็กน้อย เนื่องจากสะท้อนภาพการจ้างงานที่ฟื้นตัว และยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องเร่งผ่อนคลายนโยบาย
สำหรับมุมมองทางเทคนิค การที่ราคายืนเหนือ 4,000 เหรียญสหรัฐได้ ทำให้ภาพระยะสั้นดูดีขึ้น GCAP แนะนำกลยุทธ์ “รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวสร้างฐาน” บริเวณ 4,060–4,030 เหรียญสหรัฐ (ราคาทองไทยประมาณ 64,300–64,000 บาท) เมื่อมีสัญญาณฟื้นตัว
พร้อมแนะนำให้แบ่งขายทำกำไรที่แนวต้านแรก 4,150 เหรียญสหรัฐ (ราคาทองไทยประมาณ 65,500 บาท) หากผ่านไปได้จะมีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,200 เหรียญสหรัฐ (ราคาทองไทยประมาณ 66,000 บาท) ในทางตรงข้าม หากราคาย่อตัวหลุดระดับ 4,000 เหรียญสหรัฐ (ราคาทองไทยประมาณ 63,000 บาท) และไม่สามารถกลับขึ้นมายืนได้ แนะนำให้ตัดขาดทุน (Cut Loss) สำหรับสถานะซื้อระยะสั้น เพื่อรอประเมินฐานราคาใหม่ เนื่องจากเป็นสัญญาณว่าการฟื้นตัวเริ่มอ่อนแรงลง

