KS-ASPS มอง SSSG กลุ่มค้าปลีก ส.ค.ฟื้นตัว รับฐานต่ำ ชู CPALL-CRC-DOHOME -MOSHI เด่น

KS-ASPS มอง SSSG กลุ่มค้าปลีกเดือนส.ค.ฟื้นตัวเล็กน้อย รับฐานต่ำและการบริโภคที่ทยอยดีขึ้น ชู DOHOME เด่นสุด ขณะที่ CPALL-MOSHI-CRC ยังมีแนวโน้มเติบโตดี


บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ประเมินว่า ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของกลุ่มค้าปลีกในเดือนส.ค. 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อยที่ 0-1% และ SSSG ในไตรมาส 3/2569 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน สะท้อนบรรยากาศการค้าในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น แม้การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงกระจุกตัวในสินค้าจำเป็นและสินค้าที่มีความคุ้มค่า

โดยทางฝ่ายวิจัยระบุว่า โมเมนตัมการบริโภคในประเทศเริ่มทยอยฟื้นตัว แม้การฟื้นตัวยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดือนส.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 49.8 จาก 46.7 ในเดือนก.ค. สะท้อนภาวะที่ดีขึ้นในกลุ่มการค้า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกำลังซื้อยังอยู่ในระดับจำกัดและผู้บริโภคยังเน้นการใช้จ่ายในสินค้าจำเป็นเป็นหลัก

ขณะที่ข้อมูล Ipsos เดือนส.ค. พบว่า ผู้บริโภค 63% ยังคงรู้สึกสบายใจกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของครัวเรือน ทรงตัวจากเดือนก่อน แม้ความกังวลด้านเงินเฟ้อจะลดลง โดยทางฝ่ายวิจัยมองว่าการใช้จ่ายในสินค้าจำเป็น อาหาร บริการ และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีราคาเข้าถึงได้ยังมีความแข็งแกร่ง ขณะที่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบ้านและสินค้าขนาดใหญ่ซึ่งไม่จำเป็นยังคงเผชิญแรงกดดัน

ทั้งนี้ KS คาดว่า SSSG เฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. จะพลิกเป็นบวกประมาณ 0.5% จากติดลบ 0.6% ในไตรมาส 2/2569

สำหรับแนวโน้มรายบริษัท คาดว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL จะรักษา SSSG เป็นบวกที่ 1-2% โดยได้รับแรงหนุนจากจำนวนลูกค้านักท่องเที่ยวและอุปสงค์ในร้านสะดวกซื้อที่แข็งแกร่ง ขณะที่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC มีแนวโน้มที่ SSSG ของ Big C จะพลิกกลับมาเป็นบวก

ด้านกลุ่มสินค้าปรับปรุงบ้าน บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME มีแนวโน้มทำผลงานโดดเด่นที่สุด โดยคาด SSSG อยู่ที่ 4-6% จากการเติบโตระดับเลขสองหลักของช่องทางค้าส่ง ส่วน บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL และ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO คาด SSSG ยังคงอ่อนแอที่ติดลบ 5-7% และติดลบ 3-5% ตามลำดับ จากกำลังซื้อในต่างจังหวัดที่ซบเซาและการก่อสร้างที่อยู่อาศัยชะลอตัว

ส่วนกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI คาดมี SSSG แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มที่ 3-4% จากจำนวนลูกค้าเข้าร้านที่ดีและสินค้าที่มีราคาเข้าถึงได้ ขณะที่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC คาด SSSG เป็นบวก 1-3% โดยกลุ่มอาหารเติบโต 4-6% แฟชั่น 1-3% ส่วนฮาร์ดไลน์คาดติดลบ 1-3% ขณะที่ บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT คาด SSSG ทรงตัว และ บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN คาดติดลบประมาณ 1%

โดยทางฝ่ายวิจัยยังคงมุมมอง “เป็นกลาง” ต่อกลุ่มพาณิชย์ เนื่องจากมองว่าการลงทุนในกลุ่มดังกล่าวยังเป็นการเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรโดดเด่นเป็นรายตัว มากกว่าการลงทุนตามธีมการฟื้นตัวของการบริโภคในวงกว้าง โดยเลือก CPALL, MOSHI และ CRC เป็นหุ้นเด่น จากอุปสงค์ที่ยังแข็งแกร่ง SSSG ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และแนวโน้มกำไรที่มีความชัดเจนสูง

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) ประเมินแนวโน้มการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในเดือนส.ค. 2569 สำหรับบริษัทในกลุ่มพาณิชย์ที่ทำการศึกษาว่า ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเติบโตเป็นบวกเล็กน้อย นำโดย BJC, CPALL (เฉพาะร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven), CRC และ DOHOME โดยได้รับปัจจัยหนุนจากฐานยอดขายที่อยู่ในระดับต่ำในเดือนส.ค. 2568 รวมถึงการปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการ

อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อภายในประเทศที่ยังค่อนข้างเปราะบาง ประกอบกับผลกระทบจากการไม่ได้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ทำให้ ASPS คาดว่า SSSG ของ CPAXT และ HMPRO จะยังอยู่ในแดนลบในเดือนส.ค. 2569

สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3/2569 ASPS คาดว่า SSSG โดยรวมของกลุ่มพาณิชย์จะเติบโตเป็นบวกได้เล็กน้อย แต่ยังมีความแตกต่างกันในแต่ละบริษัท โดยประเมินว่า DOHOME จะมี SSSG เติบโตโดดเด่นที่สุดที่ราว 4-5% จากแรงหนุนของราคาวัสดุก่อสร้างบางประเภทที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับฐานต่ำในไตรมาส 3/2568 ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาและปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ

ขณะที่ HMPRO และ CPAXT มีแนวโน้มเผชิญ SSSG ติดลบมากที่สุดในกลุ่ม โดย HMPRO ยังได้รับแรงกดดันจากยอดขายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่อ่อนแอ ส่วน CPAXT ได้รับผลกระทบจากยอดขายของธุรกิจโลตัสที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”

ด้านแนวโน้มผลประกอบการ ทางฝ่ายวิจัยเบื้องต้นคาดว่ากำไรรวมของกลุ่มพาณิชย์ในไตรมาส 3/2569 จะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามปัจจัยด้านฤดูกาล แต่ยังสามารถเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหนุนจาก SSSG ที่กลับมาเป็นบวก การขยายสาขา การปรับราคาสินค้าและการบริหารจัดการที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไร รวมถึงต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง

ทั้งนี้ ASPS ยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มพาณิชย์ “เท่ากับตลาด” จากแนวโน้มกำไรปกติของกลุ่มฯ ที่คาดว่าจะเติบโตได้ดี เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 3/2569 และคาดว่ากำไรจะกลับมาเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจ โดยภาพรวมทั้งปี 2569 ยังคงคาดว่ากำไรของกลุ่มฯ จะขยายตัว 12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

สำหรับหุ้นเด่นในระยะสั้น ASPS เลือก CRC, บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 และ BJC จากแนวโน้มกำไรในไตรมาส 3/2569 ที่คาดว่าจะเติบโต เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนได้โดดเด่นกว่ากลุ่มฯ โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรที่ดีขึ้น ยอดขายที่ขยายตัว และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง

Back to top button