รัฐอัด 3 มาตรการเที่ยวไทย! โบรกชูหุ้น “โรงแรม-ค้าปลีก-การบิน” รับอานิสงส์

รัฐเดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศช่วงปลายปี 69 ถึงต้นปี 70 โบรกชู AWC-ERW-CENTEL-CPALL รับอานิสงส์เดินทางและใช้จ่ายเพิ่ม พร้อมจับตา AOT รับผลบวกหากผู้โดยสารขยายตัว ขณะที่สายการบินยังเผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงสูง ลุ้นรัฐอุดหนุนค่าตั๋ว 500 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังรัฐบาลเปิดตัว 3 โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ประเมินว่า มาตรการดังกล่าวมีแนวโน้มส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และค้าปลีก จากการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการเดินทางและการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะที่ธุรกิจสนามบินอาจได้รับประโยชน์หากจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูงต่อผลประกอบการของกลุ่มสายการบิน

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลมีแนวโน้มเป็นปัจจัยสนับสนุนหุ้นกลุ่มบริการและค้าปลีกภายในประเทศ เนื่องจากคาดว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงที่ดำเนินโครงการ

ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS

สำหรับธุรกิจที่มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่ ธุรกิจสนามบิน โรงแรมภายในประเทศ และสายการบินที่ให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศ อาทิ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA

ขณะที่กลุ่มโรงแรมประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกด้านความเชื่อมั่นต่อ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ซึ่งมีสัดส่วนธุรกิจในกรุงเทพมหานครค่อนข้างสูง รวมถึง บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL

นอกจากนี้ การฟื้นตัวของกิจกรรมท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ซึ่งมีเครือข่ายสาขาจำนวนมากทั่วประเทศ จึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากปริมาณการเดินทางและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่เพิ่มขึ้น

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศทั้ง 3 โครงการ รวมถึงโครงการ “100 เดียว เที่ยวทั่วไทย” ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมเปิดตัวเพิ่มเติม มีแนวโน้มช่วยกระตุ้นความต้องการเดินทางและการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น

ทั้งนี้ กลุ่มโรงแรมมีโอกาสได้รับประโยชน์จากกิจกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การจัดกิจกรรมและอีเวนต์ต่าง ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยประเมินว่า AWC มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรง เนื่องจากมีธุรกิจโรงแรมตั้งอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด

ส่วน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว หากสามารถกระตุ้นให้จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางด้วยเครื่องบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มสายการบิน เนื่องจากผู้ประกอบการยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง และจำเป็นต้องบริหารอัตราค่าโดยสารให้สามารถครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงาน

แม้มาตรการมอบส่วนลดบัตรโดยสารภายในประเทศ 500 บาทต่อเที่ยวจะมีส่วนช่วยกระตุ้นความต้องการเดินทาง แต่ยังต้องติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับภาระค่าใช้จ่ายส่วนลดดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นว่าภาครัฐจะเป็นผู้สนับสนุนเงินส่วนลดหรือไม่

ทั้งนี้ หากภาครัฐเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าว จะเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มสายการบิน เนื่องจากสามารถกระตุ้นจำนวนผู้โดยสารโดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนส่วนลดแก่ผู้ประกอบการโดยตรง

สำหรับรายละเอียดมาตรการ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ว่า ททท. ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับพันธมิตร เปิดตัว 3 โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ประกอบด้วย

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โครงการแรก “บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป” เป็นความร่วมมือกับสายการบินจำนวน 7 แห่ง เพื่อมอบส่วนลดบัตรโดยสารสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศทุกเส้นทาง จำนวน 500 บาทต่อเที่ยว ผ่านรหัสส่งเสริมการขาย “FLYTODOM” โดยมีเป้าหมายกระตุ้นการเดินทางทางอากาศภายในประเทศ

โครงการที่สอง “Amazing Thailand เที่ยวทั่วไทยไปกับทัวร์” เป็นมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับรถบัสและรถตู้ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศ

ส่วนโครงการที่สาม “เส้นทางคนโสด SINGLE JOURNEY 2026” มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมเชิงประสบการณ์จำนวน 8 กิจกรรม พร้อมนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยว 10 เส้นทาง ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาค เพื่อเพิ่มทางเลือกและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว รัฐบาลคาดว่า การดำเนินมาตรการทั้ง 3 โครงการจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 629 ล้านบาท

นอกจากนี้ ททท. ยังเตรียมดำเนินโครงการ “100 เดียว เที่ยวทั่วไทย” เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดาและกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ ผ่านสิทธิพิเศษและส่วนลดจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว
ภายใต้โครงการดังกล่าว จะมีกิจกรรมออนไลน์ “SHOCK DEALS” เปิดจำหน่ายบัตรกำนัลท่องเที่ยวในราคา 100 บาท โดยกำหนดจำหน่ายในวันอังคาร รวม 8 รอบ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2569 ถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2570 และสามารถนำสิทธิไปใช้บริการได้ในวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี

Back to top button