
CLSA อัพเป้า SET สิ้นปีแตะ 1,700 จุด ชู 8 หุ้นเด่นรับเศรษฐกิจฟื้น
CLSA ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2569 ขึ้นเป็น 1,700 จุด มองภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยยังแข็งแกร่งรับปัจจัยหนุนเพียบ ทั้งมาตรการกระตุ้นการบริโภค การท่องเที่ยว และเม็ดเงินลงทุน Data Center พร้อมชู 8 หุ้นเด่น CPALL, CPN, DELTA, IVL, KBANK, PTTGC, SCB และ TOP
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CLSA ระบุว่า ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย แม้ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงอาจสร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อในสหรัฐฯ แต่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยจะยังคงอยู่กรอบล่างของเป้าหมายที่ 1-3% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีและ 5 ปี ปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ระดับ 0.10% นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 สะท้อนถึงแรงกดดันต่อภาวะการเงินในประเทศที่จำกัด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เน้นหุ้นกลุ่มคุณค่า (Value) หุ้นเชิงรับ (Defensive) และกลุ่มธนาคาร โดยกลุ่มพลังงานมีความน่าสนใจจากมูลค่า (Valuation) ที่ต่ำ กระแสเงินสดสูง และจ่ายปันผลดี อีกทั้งยังใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี และยังได้อานิสงส์จากการเติบโตของ AI Data Center ด้านกลุ่มค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงมีทิศทางยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่แข็งแกร่งในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ขณะที่กลุ่มธนาคารยังคงน่าสนใจจากอัตราส่วนเงินกองทุนที่เข้าใกล้เป้าหมายของฝ่ายบริหาร เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนและปันผลในระดับ 5-7%
โดย CLSA ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดในปี 2569/2570 เป็น 102.8/99.7 ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มเป้าหมาย SET Index สิ้นปี 2569 เป็น 1,700 จุด (จากเดิม 1,620 จุด) อิงค่า PE ที่ 16.5 เท่า และมองเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 1,735 จุด โดยเลือก 8 หุ้นเด่น ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP จะได้รับปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่น (GRM) และราคาหุ้นที่แข็งแกร่งจากภาวะโรงกลั่นทั่วโลกที่ตึงตัว
ด้านบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ได้รับผลดีจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ PET แบบครบวงจรที่แข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจนับตั้งแต่ต้นไตรมาส, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ยังคงคำแนะนำให้เป็นหุ้นเด่น แม้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT อาจเป็นตัวฉุดรั้ง แต่คาดว่ากำไรของ CPAXT จะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 3/2569 และการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะช่วยหนุนการฟื้นตัวในไตรมาส 4/2569
ส่วนกลุ่มธนาคาร เลือก ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ซึ่งมีกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีโอกาสปรับขึ้นของเงินปันผล และ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่แม้ราคาหุ้นจะยังตามหลังตลาดและมีความกังวลเรื่องหนี้เสีย (NPL) แต่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงสุด ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงได้
ขณะที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN คาดว่าผลประกอบการจะแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง และเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4/2569 จากการขยายศูนย์การค้า การท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น และการโอนคอนโดมิเนียมหลายแห่ง
สำหรับกลุ่มเทคโนโลยี เลือก บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เป็นหุ้นเด่น โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 3/2569 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ หนุนจากการฟื้นตัวของอัตรากำไร
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยหนุนเชิงบวกหลากหลายมิติ ได้แก่ มาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยว, แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) รวมถึงอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจของหุ้นกลุ่มวัฏจักรและกลุ่มธนาคาร นอกจากนี้ การลงทุน Data Center อย่างต่อเนื่องจะส่งผลดีต่อผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้ให้บริการสาธารณูปโภค โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) คาดว่ากฎระเบียบที่ชัดเจนจะช่วยปลดล็อกโครงการที่รอการอนุมัติหรือโครงการในอนาคตกว่า 117 โครงการได้ภายในหนึ่งเดือน
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปี สินเชื่อของกลุ่มธนาคารเติบโตแตะระดับ 2.6% ซึ่งใกล้เคียงกับกรอบบนของเป้าหมาย และคาดว่าจะเห็นการปรับโครงสร้างจากสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นไปสู่สินเชื่อภาคธุรกิจระยะยาวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
