
TSFC โชว์ 30 ปีหนุนตลาดทุนรวมกว่า 1 แสนล้าน ลุย 3 กลยุทธ์รับโลกลงทุนยุค AI
TSFC เดินหน้าสู่ทศวรรษที่ 4 หลัง สร้างผลงานสะสมโดดเด่น โชว์ 30 ปีสนับสนุนสินเชื่อและเงินทุนตลาดทุนกว่า 1 แสนล้านบาท กำไรสะสมกว่า 2,600 ล้านบาท พร้อมรักษา NPL ต่ำกว่า 0.5% ต่อเนื่องกว่า 15 ปี เตรียมรุกสินเชื่อหลักประกันรูปแบบใหม่ Private Wealth Financing และยกระดับองค์กรด้วย Technology, Data & AI
นายอุดมการ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSFC เปิดเผยว่า ด้วยรากฐานความสำเร็จตลอด 30 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2559 ในฐานะสถาบันสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (Securities Finance Corporation SFC) เฉพาะทางของประเทศไทย ในการสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้แก่อุตสาหกรรมหลักทรัพย์ และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สนับสนุนการทำงานของตลาดทุนไทย ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษของ TSFC
TSFC สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การอัดฉีดสภาพคล่องสู่ระบบด้วยการสนับสนุนสินเชื่อและเงินทุนสะสมแก่ตลาดทุนไทยมากกว่า 100,000 ล้านบาท ให้การสนับสนุนบริษัทหลักทรัพย์ไทยมากกว่า 20 บริษัท สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนด้วยการทำกำไรจากการดำเนินงานสะสมรวมกว่า 2,600 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลและให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นกว่า 1,400 ล้านบาท ทั้งนี้ ด้านบริหารความเสี่ยงยังคงสามารถรักษาระดับหนี้เสีย (NPL) ให้ต่ำกว่า 0.5% ติดต่อกันยาวนานกว่า 15 ปี
สะท้อนวัฒนธรรม การบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดอย่างเป็นระบบตั้งแต่การพิจารณาเครดิต การติดตามและประเมินมูลค่าหลักประกันรายวัน การควบคุมการกระจุกตัว ตลอดจนการบริหารสภาพคล่อง และได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร: ที่ระดับ BBB (Investment Grade) มีแนวโน้ม Stable ช่วยเสริมความเชื่อมั่นแก่ผู้ให้เงินทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนร่วมในตลาด
“จากฐานความแข็งแกร่งของ TSFC ที่สั่งสมมาตลอด 30 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการ รักษาสิ่งที่สร้างมา เราต้องการต่อยอดให้ก้าวไปไกลกว่าเดิมด้วยการเสริมสร้างเสถียรภาพ เปลี่ยนความผันผวนเป็นโอกาส และร่วมกำหนดทิศทางใหม่ของตลาดทุนไทย ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ตัวเลขและความสำเร็จเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า TSFC ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนไทยสามารถ รับมือและผ่านพ้นความผันผวนมาได้ และด้วยวินัยทางการเงิน งบดุลที่แข็งแกร่ง และเทคโนโลยีที่เรากำลังเร่งพัฒนา TSFC พร้อมทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน” นายอุดมการ กล่าว
นายอุดมการ กล่าวอีกว่า ในโอกาสครบรอบ 30 ปี TSFCได้เตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญเพื่อก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ในการเป็น พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสินเชื่อที่มีบทบาทมากขึ้นและขับเคลื่อนโดยการศึกษาการนำเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมรองรับธุรกิจการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยุคใหม่ ท่ามกลางบริบทตลาดทุนโลกและไทยที่กำลังถูกเปลี่ยนผ่านด้วย AI แพลตฟอร์มดิจิทัล ผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ กระแสเงินทุนข้ามพรมแดน และพฤติกรรมของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สำหรับทิศทางและยุทธศาสตร์การเติบโตในอนาคต TSFC มุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ประกอบด้วย1. การขยายโซลูชันสินเชื่อและหลักประกันประเภทใหม่: เพิ่มความยืดหยุ่นด้วยการขยายประเภทหลักประกันจากหุ้น จดทะเบียนให้ครอบคลุมตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipts: DRs) พร้อมทั้งศึกษาแนว ทางการรับหลักทรัพย์ประเภทอื่น เช่น หุ้นกู้ (Debentures) เป็นหลักประกัน ภายใต้กลักเกณฑ์และกรอบการบริหารความ เสี่ยงที่เข้มงวดและรัดกุมของบริษัทฯ
2.การรุกตลาด Private Wealth Financing: ศึกษาและพัฒนาแนวทางการการให้ สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน (Securities-backed Lending Solutions) ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์และพันธมิตรทาง ธุรกิจ เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านการบริหารสภาพคล่องให้แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่ (High-Net-Worth) และรองรับการเติบโตของ ธุรกิจ Wealth Management ในประเทศไทย 3.) การยกระดับองค์กรด้วย Technology, Data & Al: เดินหน้าพัฒนา ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อสนับสนุนการประเมินความเสี่ยง การติดตามและ การบริหารพอร์ตหลักประกัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการตัดสินใจ และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งใน และต่างประเทศ
