KCE รับพูดคุยแต่ยังไม่สรุป “ฮิวแมนนอยด์” บัวหลวงชี้อัพไซด์เปิดหากดีลดัน เคาะเป้า 70 บ.

KCE ยอมรับอยู่ระหว่างดำเนินงานเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้ากับบริษัทในสหรัฐฯ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปและไม่ระบุชื่อคู่ค้า ด้านบัวหลวงมองหากเป็นงาน PCB ป้อน Tesla Optimus จริง จะเปิดอัพไซด์ใหม่ เพิ่มกำไรราว 5% พร้อมประเมินกรณีเชิงบวกราคา 70 บาท


บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วันนี้ (11 ก.ย.69) กรณีมีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการซื้อขายสินค้ากับบริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินงาน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด

KCE ระบุเพิ่มเติมว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมขอให้ประชาชน นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้องพิจารณาข้อมูลจากช่องทางอย่างเป็นทางการของบริษัท รวมถึงข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้ หนังสือชี้แจงของ KCE ไม่ได้ระบุชื่อคู่ค้า ประเภทสินค้า หรือยืนยันว่าเป็นการทดลองผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) สำหรับหุ่นยนต์ Tesla Optimus โดยตรง แต่ยืนยันเพียงว่าอยู่ระหว่างดำเนินงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการซื้อขายสินค้ากับบริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ และยังไม่มีข้อสรุป

ด้านฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หากกระแสข่าวว่า KCE อยู่ระหว่างทดลองผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) สำหรับหุ่นยนต์ Tesla Optimus ได้รับการยืนยัน จะเป็นโอกาสสร้างรายได้และกำไรส่วนเพิ่มให้แก่บริษัท

ปัจจุบัน Tesla อยู่ระหว่างติดตั้งสายการผลิตหุ่นยนต์ Optimus รุ่นแรกที่โรงงาน Fremont เพื่อเตรียมเริ่มผลิตในปี 2569 โดยสายการผลิตดังกล่าวออกแบบให้รองรับกำลังการผลิตระยะยาวประมาณ 1 ล้านตัวต่อปี ขณะที่สายการผลิตรุ่นที่ 2 ณ โรงงาน Giga Texas จะรองรับกำลังการผลิตระยะยาวได้สูงสุดถึง 10 ล้านตัวต่อปี

บล.บัวหลวงตั้งสมมติฐานว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 1 ตัว จะใช้แผ่นวงจรพิมพ์ประมาณ 40-50 แผ่น แต่ละแผ่นมีพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 80 ตารางเซนติเมตร หรือประมาณ 0.09 ตารางฟุต โดยคาดว่าแผ่นวงจรพิมพ์สำหรับหุ่นยนต์จะมีราคาขายเฉลี่ยประมาณ 22 ดอลลาร์สหรัฐต่อตารางฟุต สูงกว่าแผ่นวงจรพิมพ์ประเภท HDI สำหรับรถยนต์ของ KCE ในปัจจุบันประมาณ 20%

อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวยังต่ำกว่าแผ่นวงจรพิมพ์บางประเภทที่ใช้ในระบบปัญญาประดิษฐ์และอุปกรณ์สื่อสารข้อมูล ซึ่งมีราคาประมาณ 60-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตารางฟุต หรือสูงกว่านั้น

จากสมมติฐานดังกล่าว คาดว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 1 ตัว จะใช้แผ่นวงจรพิมพ์คิดเป็นมูลค่าประมาณ 80-95 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ยประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัว หาก Tesla ผลิตหุ่นยนต์จากโรงงาน Fremont ตามกำลังการผลิตที่ออกแบบไว้จำนวน 1 ล้านตัวต่อปี จะทำให้ตลาดแผ่นวงจรพิมพ์สำหรับโครงการดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

หาก KCE ได้รับส่วนแบ่งคำสั่งซื้อประมาณ 10% จะสร้างรายได้เพิ่มเติมประมาณ 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 2% ของรายได้ปัจจุบัน โดยใช้กำลังการผลิตของบริษัทเพียงประมาณ 1% เท่านั้น ภายใต้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น 25% บล.บัวหลวงประเมินว่าจะช่วยเพิ่มกำไรให้ KCE ประมาณ 5%

นอกจากนี้ บล.บัวหลวงมองว่า ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก และอาจทำให้นักลงทุนยอมรับระดับอัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ P/E ของ KCE ที่สูงขึ้น โดยในกรณีเชิงบวก หากอิง P/E ปี 2570 ที่ 40 เท่า จะสะท้อนราคาหุ้นประมาณ 70 บาท

Back to top button