
“กรุงไทย” มองบาท Two-Way Risk สัปดาห์นี้กรอบ 32.75-33.50 จับตาประชุม FED-BOJ
แบงก์กรุงไทย (KTB) มองเงินบาทสัปดาห์นี้ยังเผชิญความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่สูงขึ้น พร้อมจับตาผลประชุม FED และ BOJ ประเมินกรอบ 32.75-33.50 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ผู้เล่นฝั่งไทย แม้จะไม่มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของไทย ทว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด รวมถึง ผลการประชุมธนาคารกลางหลัก ทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และ ธนาคทรกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่จะกระทบต่อเงินบาทได้ สำหรับแนวโน้มเงินบาท มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.75-33.50 บาท/ดอลลาร์
เรามองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ได้มีกำลังมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในเชิงเทคนิคัล ตามกลยุทธ์ Trend-Following นั้น เงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ทั้งในกรอบ Time Frame รายวันและรายสัปดาห์ ทว่าในระยะสั้น สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ร้อนแรงขึ้นและหนุนให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงต่อเนื่อง จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทด้านอ่อนค่า นอกจากนี้ เงินบาทยังเสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนสูง หลังตลาดรับรู้ผลการประชุม FED และ BOJ ทำให้
ขอย้ำมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED และเราขอย้ำคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง ภายใต้ความผันผวนสูงของตลาดการเงิน
หาก FED ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด แต่ Dot Plot ใหม่ ไม่ได้สะท้อนแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของ FED มากเท่าที่ตลาดคาดหวังอยู่ อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ พร้อมหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำบ้าง ทำให้ เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่หาก Dot Plot ใหม่ สะท้อนถึงแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED อีกราว 2 ครั้ง ในปีนี้ (รวม 3 ครั้ง ทั้งปี) และโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1-2 ครั้ง ในปีหน้า อาจหนุนให้เงินดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นพอควร กดดันทั้งราคาทองคำและเงินบาทได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ เงินบาทยังคงมีโซนแนวรับช่วง 32.75-32.80 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนโซนแนวต้านจะอยู่ในโซน 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 33.50 บาทต่อดอลลาร์) อนึ่ง เงินบาทอาจผันผวนหรือเคลื่อนไหวผิดจากคาดได้พอควร ขึ้นกับการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ต้องรอลุ้น ผลการประชุม BOJ ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้สอดคล้องกับมุมมองของตลาดหรือไม่

