น้ำมันโลกเดือด! ซาอุฯ ปิดท่อส่ง ดัน Brent แตะ 108 เหรียญ โบรกชู PTTEP เด่น

จับตาราคาน้ำมันระยะสั้นพุ่งต่อ หลังซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก หลังถูกโจมตีด้วยโดรน หนุน Brent พุ่ง 107-108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บล.ดาโอมองบวกหุ้นต้นน้ำ ชู PTTEP เด่น แนะนำ “ซื้อ” เป้า 180 บาท ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นยังถูกกดดันจากมาตรการลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นถึง 31 ต.ค.69


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดน้ำมันโลกกลับมาเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับขึ้น โดยเฉพาะกรณีซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงน้ำมันไปยังทะเลแดง ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮูตีในพื้นที่ยุทธศาสตร์ใกล้เส้นทางเดินเรือสำคัญ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานและการขนส่งน้ำมันในภูมิภาค

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 107-108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับ 104.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านอุปทานในระยะสั้น

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 14 ก.ย.69 ว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 มีรายงานเหตุโจมตีด้วยโดรน ซึ่งมีรายงานว่าถูกส่งมาจากอิรัก ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียต้องปิดท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตความเสียหายและระยะเวลาที่ต้องใช้ในการซ่อมแซมอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ แหล่งข่าวให้ข้อมูลแตกต่างกัน โดยบางรายประเมินว่าการซ่อมแซมอาจใช้เวลาราว 5-6 สัปดาห์ ขณะที่อีกแหล่งระบุว่าอาจดำเนินการได้เร็วกว่านั้น และอาจสามารถกลับมาสูบน้ำมันได้บางส่วนระหว่างการซ่อมแซม

ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียใช้ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญเพื่อลดผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยสามารถลำเลียงน้ำมันประมาณ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นราว 4% ของอุปทานน้ำมันโลก ไปยังท่าเรือยานบู (Yanbu) บนชายฝั่งทะเลแดง

อย่างไรก็ตาม หากท่อส่งดังกล่าวไม่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง แหล่งข่าวประเมินว่าสต็อกน้ำมันที่ท่าเรือยานบูอาจเพียงพอสำหรับการส่งออกเพียง 5-7 วัน แม้พื้นที่ดังกล่าวจะมีความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันราว 35 ล้านบาร์เรล

ขณะเดียวกัน สถานการณ์บริเวณทะเลแดงยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า กลุ่มติดอาวุธฮูตี ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน ได้เข้าถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ เกาะเพริม (Perim) และเกาะฮานิช (Hanish) รวมถึงเมืองชายฝั่งโมคา (Mocha) และดูบับ (Dhubab) ซึ่งอาจเพิ่มความสามารถในการควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญผ่านทะเลแดง ขณะที่กองกำลังรัฐบาลเยเมนระบุว่าจะพยายามยึดคืนพื้นที่ดังกล่าว

บล.ดาโอประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น ประกอบกับความเสี่ยงที่อุปทานการขนส่งน้ำมันผ่านทะเลแดงอาจลดลง จะเป็นปัจจัยบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มผันผวนในระดับสูง โดยบริษัทยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2569 ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำหรับปัจจัยในประเทศ บล.ดาโอระบุว่า มีการประกาศขยายเวลาปรับลดราคา ณ โรงกลั่น (Ex-refinery Price) สำหรับน้ำมันดีเซล B0, B7 และ B20 ออกไปอีก 46 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.-31 ต.ค.2569 โดยเป็นการลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาทต่อลิตร ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันต่อกลุ่มโรงกลั่น

ทั้งนี้ บล.ดาโอมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่มีมุมมองเชิงลบต่อกลุ่มโรงกลั่น พร้อมคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มพลังงานที่ “เท่ากับตลาด” โดยเลือก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เป็นหุ้นเด่น จากแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยน้ำมัน (Liquid ASP) ที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น พร้อมคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 180 บาท

Back to top button