TRUE คว้างาน USO 3 ภาคเหนือ-กลาง มูลค่า 2 พันล้าน โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 16 บาท

บล.ทิสโก้มอง TRUE ได้ปัจจัยบวกจากการร่วมคว้างาน USO 3 ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง มูลค่าสัญญารวมกว่า 2 พันล้านบาท คาดเริ่มรับรู้รายได้ปี 2570 แต่ผลต่อประมาณการกำไรยังจำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 16 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 15 ก.ย.69 ว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศผลการประมูลโครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ระยะที่ 3 (Universal Service Obligation: USO 3) ในพื้นที่ซึ่งยังขาดแคลนบริการครบทั้ง 5 ภูมิภาค เมื่อวันที่ 11 ก.ย.69

ทั้งนี้ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เป็นหนึ่งในผู้ชนะการประมูล 2 จาก 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มภาคเหนือ มูลค่า 1.25 พันล้านบาท โดยร่วมกับบริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET และกลุ่มภาคกลาง มูลค่า 762 ล้านบาท โดยร่วมกับบริษัท ไวร์เออะแอนด์ไวร์เลส จำกัด ส่งผลให้ทั้ง 2 โครงการมีมูลค่าสัญญารวมประมาณ 2.01 พันล้านบาท

ส่วนอีก 3 ภูมิภาคที่เหลือ ผู้ชนะการประมูลประกอบด้วยกลุ่มที่มีบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM, บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL และบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC เป็นสมาชิก

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยสัดส่วนของ TRUE ในแต่ละกลุ่มกิจการร่วมค้า ดังนั้น ตัวเลขผลประโยชน์ทางการเงินที่ประเมินจากมูลค่าสัญญาเต็มจำนวนจึงถือเป็นกรอบสูงสุด และรายได้ที่ TRUE รับรู้จริงอาจต่ำกว่าประมาณการดังกล่าวตามสัดส่วนการเข้าร่วมโครงการ

สำหรับเงื่อนไขการชำระเงินตามขอบเขตงานที่ประกาศเมื่อเดือนก.ย.68 แบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกเป็นการวางแผนและติดตั้งโครงข่าย ซึ่งจะได้รับชำระเงิน 3 งวดภายในปีแรกหลังลงนามสัญญา คิดเป็น 47% ของมูลค่าสัญญา ส่วนระยะที่ 2 เป็นการดำเนินงาน โดยมูลค่าสัญญาอีก 53% จะทยอยรับรู้ตลอดระยะเวลา 5 ปี

บล.ทิสโก้คาดว่า การลงนามสัญญาจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2569 ส่งผลให้ TRUE เริ่มรับรู้รายได้จากงานระยะแรกในปี 2570 ประมาณ 945 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.5% ของประมาณการรายได้รวมที่ 1.92 แสนล้านบาท ขณะที่รายได้จากระยะดำเนินงานจะเริ่มทยอยรับรู้ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป

แม้ผลการประมูลดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อ TRUE แต่ผลกระทบต่อประมาณการผลประกอบการยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากงานภาครัฐโดยทั่วไปมีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำ โดยหากสมมติอัตรากำไรสุทธิที่ 5% กำไรสุทธิเพิ่มเติมจากโครงการจะคิดเป็นเพียง 0.2% ของประมาณการกำไรสุทธิที่ 2.75 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ บล.ทิสโก้คงคำแนะนำ “ซื้อ” TRUE ให้มูลค่าเหมาะสมด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ที่ 16 บาทต่อหุ้น อิงต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) ที่ 8.3% คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2569 ที่ 23 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 27 เท่า

ปัจจัยบวกที่อาจทำให้ผลประกอบการดีกว่าคาด ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง การแข่งขันในอุตสาหกรรมลดลง และต้นทุนทางการเงินปรับตัวลดลง ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การกลับมาของสงครามราคา เศรษฐกิจอ่อนแอกว่าคาด ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อ และการหยุดชะงักของโครงข่าย

Back to top button