“กบข.” แย้มปรับพอร์ตล่วงหน้า รับ “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ย ย้ำแผนลงทุนเดิม

“ศรพล” เลขาฯ กบข. เผย พอร์ตลงทุนกบข.ได้มีการปรับล่วงหน้ารับเฟดขึ้นดอกเบี้ย มองสถานการณ์ชัดขึ้น เดินหน้าบริหารพอร์ตตามแผน พร้อมจับตาตลาดโลกและโอกาสลงทุน Data Center ขณะที่ผนึก 3 พันธมิตรเสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้สมาชิกกว่า 1.2 ล้านคน


ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข.ได้มีการปรับการลงทุนล่วงหน้าเพื่อรองรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากการประชุมเฟดล่สุด วันที่ 16 กันยายน 2569 มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.75% – 4.00% ต่อปี

ส่งผลให้สถานการณ์ในปัจจุบันมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้สามารถประเมินทิศทางการลงทุนและบริหารจัดการพอร์ตได้อย่างเหมาะสม สำหรับผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย กบข. ยังคงติดตามปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางนโยบายการเงินและภาวะตลาดโลก ขณะที่การลงทุนของ กบข. มีการวางแผนและปรับสัดส่วนการลงทุนล่วงหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด

ส่วนกรณีภาครัฐอยู่ระหว่างการทบทวนกฎเกณฑ์การลงทุนในโครงการ Data Center นั้น ในส่วนของ กบข.ยังไม่ได้ติดตามรายละเอียดของประเด็นดังกล่าวมากนัก อย่างไรก็ตาม หากมีปัจจัยหรือข้อมูลที่มีความชัดเจนมากขึ้น ก็ย่อมส่งผลต่อพิจารณาตามความเหมาะสม

ในเบื้องต้นกบข.ยังคงแผนการลงทุนเดิมไว้ก่อน พร้อมกับให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเงินลงทุนโดยคำนึงถึงประโยชน์ของสมาชิกเป็นสำคัญ โดยจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และสร้างผลประโยชน์ที่เหมาะสมในระยะยาวให้แก่สมาชิก กบข.

ล่าสุด กบข. ผนึกกำลัง 3 พันธมิตร เสริมเกราะป้องกันกลโกงออนไลน์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้สมาชิกกว่า 1.2 ล้านคน และประชาชนทั่วไปกับทางสถาบันคุ้มครองเงินฝาก บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Whoscall และบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด หรือ NITMX

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้เท่าทันภัยทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัล พร้อมยกระดับทักษะด้าน Digital Literacy และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย เพื่อลดโอกาสตกเป็นเหยื่อและป้องกันความเสียหายทางการเงิน การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Retirement Academy ที่ กบข. พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับสมาชิกในทุกช่วงวัย และขยายการให้ความรู้ในทุกมิติเพื่อให้สมาชิกก้าวสู่วัยเกษียณได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

“กบข. เชื่อว่า ความรู้ด้านการเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมีความรู้เท่าทันดิจิทัลควบคู่กัน เพราะมิจฉาชีพไม่ได้เลือกเหยื่อจากอายุ แต่เลือกจากช่องว่างทางความรู้เท่าทันภัย การสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล จึงจำเป็นสำหรับทุกช่วงวัย การบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง 3 หน่วยงาน จะช่วยขยายองค์ความรู้ที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ไปสู่สมาชิก กบข. และสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและดิจิทัลอย่างยั่งยืน” ดร.ศรพล กล่าว

Back to top button