
AirAsia โต้ข่าวการเงินตึง “โทนี่” ยันไม่วิกฤต-สภาพคล่องแกร่ง เดินหน้ารีไฟแนนซ์หนี้
“โทนี่ เฟอร์นันเดส” ปัดข่าว AirAsia เผชิญวิกฤตการเงิน ย้ำบริหารเงินสด-สภาพคล่องแข็งแกร่ง เตรียมระดมทุน 1 พันล้านดอลลาร์รีไฟแนนซ์หนี้ดอกเบี้ยสูง พร้อมเดินเครื่องบินครบฝูงภายใน ต.ค.69
แอร์เอเชีย กรุ๊ป เบอร์ฮาด (AirAsia Group Berhad) หรือ AirAsia ยืนยันความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจและกลยุทธ์การเติบโตระยะยาว ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของกลุ่ม โดยระบุว่ายังคงบริหารจัดการด้านการดำเนินงาน การเงิน และฝูงบินอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างเงินทุนและรีไฟแนนซ์หนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงบดุลในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ นายโทนี เฟอร์นันเดส ผู้ร่วมก่อตั้งแอร์เอเชียและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Capital A ได้ออกมาชี้แจงกระแสข่าวดังกล่าว โดยยืนยันว่าการดำเนินงานของสายการบินยังเป็นไปตามปกติ ความต้องการเดินทางยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และบริษัทไม่ได้เผชิญภาวะวิกฤตตามที่มีการคาดการณ์ พร้อมระบุว่ากลุ่มมีประสบการณ์ในการบริหารกระแสเงินสดและสภาพคล่องผ่านภาวะวิกฤตหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

ด้าน นายโบ ลิงกัม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AirAsia Group ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปี แอร์เอเชียเผชิญความท้าทายหลายรูปแบบ โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกยังต้องรับมือกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันที่ผันผวน ต้นทุนดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาด แต่ความแตกต่างจากช่วงโควิด-19 คือความต้องการเดินทางยังคงมีอยู่ และผู้โดยสารยังเดินทางตามปกติ
บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจอย่างมีวินัย ทั้งการปรับปริมาณที่นั่งให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทาง การควบคุมต้นทุน การบริหารราคาค่าโดยสาร รวมถึงการสร้างรายได้เสริม หรือ Ancillary Revenue เพื่อช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
สำหรับไตรมาส 2 บริษัทระบุว่าสามารถชดเชยผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ประมาณ 70% ผ่านการบริหารราคาค่าโดยสารแบบไดนามิกและการลดต้นทุนดำเนินงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน
ขณะที่ไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของภูมิภาค บริษัทได้ปรับลดปริมาณที่นั่งลงประมาณ 20-25% ตามแผน เพื่อบริหาร Capacity ให้สอดคล้องกับดีมานด์ ก่อนเตรียมเพิ่มปริมาณที่นั่งกลับสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในช่วงไตรมาส 4 เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการเดินทางสูง
ในส่วนของฝูงบิน แอร์เอเชียยังเดินหน้าปรับโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเครื่องบิน โดยได้ส่งคืนเครื่องบินรุ่นเก่าที่มีประสิทธิภาพด้านเชื้อเพลิงต่ำจำนวน 25 ลำ ภายใต้เงื่อนไขทางการค้าที่บริษัทมองว่าเหมาะสม เพื่อลดภาระค่าเช่าคงที่ พร้อมทยอยเปลี่ยนผ่านไปสู่เครื่องบินลำตัวแคบที่มีประสิทธิภาพด้านเชื้อเพลิงสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน แอร์เอเชียอยู่ระหว่างนำเครื่องบินที่หยุดใช้งานกลับเข้าสู่ฝูงบิน โดยก่อนหน้านี้นายโทนีระบุว่า จากฝูงบินราว 250 ลำ เหลือเครื่องบินเพียงบางส่วนที่อยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง และคาดว่าจะสามารถนำเครื่องกลับมาให้บริการได้ครบภายในเดือนตุลาคม ก่อนเข้าสู่วงรอบการซ่อมบำรุงตามปกติ
การควบรวมการดำเนินงานเส้นทางระยะสั้นและระยะไกลไว้ภายใต้กลุ่มเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดสรรเครื่องบินและความจุที่นั่งทั่วทั้งเครือข่าย โดยบริษัทจะพิจารณาจากความสามารถในการทำกำไรของแต่ละเส้นทางและผลตอบแทนระยะยาวเป็นหลัก

ด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน นายโทนีเคยระบุว่า อัตราการตรงต่อเวลา หรือ On-Time Performance (OTP) ของแอร์เอเชียปรับตัวดีขึ้นจากประมาณ 67% ในเดือนมกราคม เป็น 86% ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 82% สะท้อนความต้องการเดินทางที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง
สำหรับประเด็นด้านเงินทุน แอร์เอเชียย้ำว่าแผนระดมทุนของกลุ่มไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชดเชยการขาดดุลจากการดำเนินงานเพียงอย่างเดียว แต่มีเป้าหมายหลักเพื่อ ปรับโครงสร้างหนี้ รีไฟแนนซ์หนี้ที่มีต้นทุนสูง และปรับโครงสร้างงบดุล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างเงินทุนในระยะยาว
ก่อนหน้านี้กลุ่มเปิดเผยแผนระดมทุนวงเงินประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากตลาดต่างประเทศ รวมถึงวงเงินสินเชื่อภายในประเทศ โดยบริษัทระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างหารือกับสถาบันการเงินและเจ้าหนี้หลายฝ่าย และจะเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการเมื่อเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ข้อสรุป
นายโทนียังชี้แจงกรณีตัวเลขหนี้สินที่ถูกนำไปตีความว่าเป็นภาระทางการเงินระยะสั้นของบริษัทว่า หนี้สินที่รายงานรวมประมาณ 18.7 พันล้านริงกิต มีส่วนหนึ่งประมาณ 13 พันล้านริงกิต เป็นภาระผูกพันตามสัญญาเช่าเครื่องบินระยะยาวซึ่งถูกบันทึกในงบดุลตามหลักบัญชี โดยมีอายุสัญญาครอบคลุมประมาณ 12-20 ปี จึงไม่ใช่หนี้ที่ต้องชำระทั้งหมดในระยะสั้น
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2 ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่บัตรโดยสารบางส่วนถูกขายล่วงหน้าไว้ที่ระดับราคาซึ่งอ้างอิงต้นทุนน้ำมันก่อนหน้า แต่ผลกระทบดังกล่าวทยอยลดลง หลังบริษัทปรับราคาค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนมากขึ้น โดยค่าโดยสารในช่วงไตรมาส 3 และ 4 มีการปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในบางช่วงตามภาวะต้นทุนและความต้องการเดินทาง
ทั้งนี้ แอร์เอเชียยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญ โดยบริษัทจะเดินหน้าบริหาร Capacity ต้นทุน ฝูงบิน และโครงสร้างเงินทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าการดำเนินธุรกิจและการให้บริการผู้โดยสารยังดำเนินไปตามปกติ
นายโบกล่าวว่า กลุ่มจะยังคงหารือกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้เสียอย่างใกล้ชิด พร้อมยึดหลักวินัยทางการเงินและการดำเนินงานเป็นสำคัญ โดยขอให้ผู้มีส่วนได้เสียติดตามข้อมูลจากการประกาศอย่างเป็นทางการของบริษัท เพื่อหลีกเลี่ยงการตีความจากข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน


