
RBF ขยายฐานลูกค้าเอเชีย ชูจีนฮับส่งออกยุโรป จับตา “อินเดีย” ตลาดศักยภาพสูง
RBF เดินหน้าขยายฐานลูกค้าจีน ใช้โรงงานชิงเต่าเป็นฮับส่งออกยุโรป ลดเวลาขนส่งเหลือ 15–20 วัน พร้อมเล็งขยายฐานผลิต Flavor ในอินเดียภายใน 2–3 ปี รับดีมานด์โต ชูเวียดนามฐาน OEM หนุนรายได้ต่างประเทศ มั่นใจครึ่งหลังปี 69 เติบโตเหนือครึ่งปีแรก รับคำสั่งซื้อช่วงเทศกาลปลายปี พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์ Fragrance และอาหารสัตว์เลี้ยง นำ AI เพิ่มประสิทธิภาพบริหารต้นทุน
พ.ท.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการเติบโตของรายได้ในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับตลาดจีน อินเดีย และเวียดนาม ซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูงจากขนาดตลาดและความต้องการใช้วัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตสูงกว่าครึ่งปีแรกเล็กน้อย โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล เพื่อรองรับการจำหน่ายในช่วงเทศกาลปลายปี โดยเฉพาะธุรกิจในต่างประเทศที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ตลาดในประเทศยังมีแนวโน้มเติบโต แต่ในอัตราที่ต่ำกว่า เนื่องจากฐานรายได้มีขนาดใหญ่ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลต่อกำลังซื้อและการดำเนินธุรกิจของลูกค้า
ปัจจุบัน บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ สารแต่งกลิ่นและรสชาติอาหาร (Flavor) และผลิตภัณฑ์เคลือบอาหาร (Food Coating) ซึ่งแต่ละกลุ่มมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 30–40% ของรายได้รวม ขณะที่ผลิตภัณฑ์น้ำหอมสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค (Fragrance) ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ เริ่มมีการเติบโตอย่างชัดเจนในปีนี้ โดยมียอดขายประมาณ 2–3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ยังมีสัดส่วนรายได้ไม่มากเมื่อเทียบกับธุรกิจหลัก แต่มีโอกาสขยายตัวเพิ่มเติม โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มกลิ่น รสชาติ และความน่ารับประทานของอาหารสุนัขและแมว เพื่อรองรับความต้องการของผู้ผลิตที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ถือเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว
ด้านแผนขยายธุรกิจในประเทศจีน บริษัทเตรียมใช้ฐานการผลิตที่เมืองชิงเต่า เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าภายในประเทศและผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้วัตถุดิบและส่วนผสมอาหารที่มีความซับซ้อนหรือมีคุณสมบัติเฉพาะทาง ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญและสามารถสร้างความแตกต่างในการแข่งขันได้
ทั้งนี้ การลงทุนในจีนจะดำเนินการภายใต้แนวทางบริหารเงินลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยให้ความสำคัญกับคำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมที่บริษัทส่งสินค้าจากประเทศไทยเข้าไปจำหน่ายอยู่แล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าปริมาณความต้องการสินค้าจะสามารถรองรับต้นทุนการดำเนินงานของโรงงานได้ และลดความจำเป็นในการสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติมจากบริษัทแม่
ขณะเดียวกัน ฐานการผลิตที่เมืองชิงเต่ายังมีข้อได้เปรียบด้านระบบขนส่ง เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟผ่านประเทศรัสเซียและโปแลนด์ เพื่อกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดยุโรป โดยจากการทดลองใช้เส้นทางดังกล่าวพบว่า สามารถลดระยะเวลาขนส่งจากเดิมที่ใช้การขนส่งทางเรือประมาณ 65 วัน เหลือเพียง 15–20 วัน ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการส่งมอบสินค้าและเสริมความสามารถในการแข่งขัน
ปัจจุบันคำสั่งซื้อประมาณ 70% ของลูกค้าในจีนเป็นการนำวัตถุดิบไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก ขณะที่บริษัทมีแผนเพิ่มบุคลากรฝ่ายขายในท้องถิ่น เพื่อขยายฐานลูกค้าที่ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายภายในประเทศจีน และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากตลาดดังกล่าวในระยะถัดไป
ส่วนตลาดอินเดีย บริษัทประเมินว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง จากจำนวนประชากรและขนาดตลาดที่สามารถรองรับการจำหน่ายสินค้าในปริมาณมาก ซึ่งเอื้อต่อการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สารแต่งกลิ่นและรสชาติอาหารที่สามารถนำองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยไปต่อยอดได้
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรจากการดำเนินธุรกิจในอินเดียยังอยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศไทย เนื่องจากราคาจำหน่ายสินค้าในตลาดค่อนข้างต่ำ ประกอบกับผลิตภัณฑ์ Flavor บางส่วนยังต้องนำเข้าจากประเทศไทย ส่งผลให้มีต้นทุนด้านการขนส่งเพิ่มเติม
บริษัทจึงมีแนวทางพิจารณาขยายฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ Flavor ในอินเดียภายในระยะ 2–3 ปีข้างหน้า หากปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นถึงระดับที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก อาทิ มัทฉะ ต้มยำ และอาหารเกาหลี ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในตลาดอินเดีย
สำหรับธุรกิจในประเทศเวียดนาม บริษัทใช้ประโยชน์จากเครือข่ายฐานการผลิตในภูมิภาค เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่มีข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศกัมพูชา รวมถึงผู้ประกอบการที่ต้องการใช้เวียดนามเป็นฐานรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) เพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรป โดยอาศัยประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีของเวียดนาม ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรับคำสั่งซื้อใหม่และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานการผลิตแห่งใดแห่งหนึ่งมากเกินไป
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารเครือข่ายโรงงานในหลายประเทศ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและลดความเสี่ยงจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ต้นทุนแรงงาน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะปัญหาบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งเคยส่งผลกระทบต่อการจัดหาแรงงานและการขนส่งสินค้า ทำให้บริษัทต้องปรับแผนการผลิตบางส่วนไปยังโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนนำสินค้ากลับมาบรรจุในประเทศไทย ซึ่งบางผลิตภัณฑ์สามารถลดต้นทุนได้เมื่อเทียบกับการผลิตภายในประเทศทั้งหมด
ด้านการบริหารต้นทุน บริษัทนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเฉพาะการบริหารจัดการธุรกิจในต่างประเทศ ส่งผลให้สามารถขยายธุรกิจได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในสัดส่วนเดียวกับการเติบโตของกิจการ จากเดิมที่อาจต้องใช้บุคลากรหนึ่งคนรับผิดชอบการดำเนินงานในหนึ่งประเทศ ปัจจุบันสามารถบริหารจัดการได้ประมาณ 2–3 ประเทศต่อคน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรบุคคลและควบคุมต้นทุนคงที่ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีนโยบายปรับลดจำนวนพนักงานจากการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดความจำเป็นในการรับบุคลากรเพิ่มเติม พร้อมเดินหน้าปรับปรุงกระบวนการผลิตและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ให้มีต้นทุนเหมาะสม โดยยังคงคุณภาพและคุณสมบัติของสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
สำหรับการบริหารสินค้าคงคลัง บริษัทให้ความสำคัญกับการสำรองวัตถุดิบและสินค้าให้เพียงพอต่อคำสั่งซื้อ เพื่อรองรับความไม่แน่นอนด้านห่วงโซ่อุปทานและป้องกันปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการเก็บรักษานาน อย่างไรก็ตาม กรณีระยะเวลาถือครองสินค้าคงคลังประมาณ 150 วัน ผู้บริหารระบุว่ายังต้องตรวจสอบรายละเอียดกับฝ่ายการเงินเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นประเมินว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสำรองสินค้าเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบให้แก่ลูกค้า
ส่วนกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาว บริษัทจะมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสำหรับตลาดในประเทศ เนื่องจากมีฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มค่อนข้างครอบคลุมแล้ว ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะเน้นเพิ่มปริมาณการจำหน่าย โดยนำผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยไปปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด
ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภค ได้แก่ อาหารลดน้ำตาล อาหารลดโซเดียม และอาหารโปรตีนสูง รวมถึงการนำความเชี่ยวชาญด้าน R&D มาให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบสูตรผลิตภัณฑ์ การพัฒนาตัวอย่างสินค้า ไปจนถึงการนำเสนอแนวทางผลิตสินค้าสำเร็จรูป เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผลในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า บริษัทมีแนวทางรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลให้ใกล้เคียงกับปัจจุบัน พร้อมสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอัตราการจ่ายเงินปันผลจะเพิ่มขึ้นจากระดับเดิมหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณาควบคู่กับผลประกอบการและความต้องการใช้เงินลงทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าการขยายธุรกิจในจีน อินเดีย และเวียดนาม ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารต้นทุน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของรายได้และเสริมความสามารถในการแข่งขันของ RBF ในระยะยาว