KTB ชี้บอนด์ยาวยังน่าลงทุน รับโอกาส FED หวนลดดอกเบี้ย กด Yield ลง

KTB ประเมินบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ เสี่ยงผันผวนระยะสั้น หลังขยับขึ้นแตะ 4.97% ก่อนย่อลงมาอยู่ที่ 4.92% รับแรงซื้อขายก่อนรู้ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ แนะทยอยสะสมบอนด์ระยะยาวแบบ Buy on Dip โดยเฉพาะหาก Yield พุ่งเหนือ 5.30-5.35% มองระยะข้างหน้ามีโอกาสปรับลดลงตามแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย FED ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าจำกัด ด้านราคาทองคำยังถูกกดดันจากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ที่อยู่ในระดับสูง


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวผันผวน โดยมีจังหวะปรับตัวสูงขึ้นสู่โซน 4.97% ตามภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง กอปรกับราคาน้ำมันดิบกลับมาปรับตัวสูงขึ้น จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พลิกกลับมาย่อตัวลงบ้าง สู่ระดับ 4.92% อีกครั้ง ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย

หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น ผลการเลือกตั้ง Midterms ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ เราคงมองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะเคลื่อนไหวผันผวนสูงในระยะสั้น แต่เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ ได้ โดยเราคงมองว่า หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะสอดคล้องกับคาดการณ์ของเรา หรือ ผู้เล่นในตลาด การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ดังกล่าว จะเปิดทางให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด

ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง FED มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในระยะข้างหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่ โดยเฉพาะในช่วงที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทะลุโซน 5.30%-5.35% (หากกังวลต่อแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาว อาจพิจารณาทยอยเข้าลงทุน ทุกๆ การปรับตัวขึ้นราว +25bps ได้ ตั้งแต่โซนเหนือ 5.00%) โดย Risk-Reward ในการถือครองบอนด์ระยะยาวมีความน่าสนใจมาก (Asymmetric Risk-Reward ชัดเจน) หากประเมินในกรณีที่บอนด์ยีลด์อาจปรับตัวขึ้น/ลง เช่น +/-50bps จนถึง +/-100bps

ส่วนตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวน แต่โดยรวมเป็นการทยอยแข็งค่าขึ้น หนุนโดยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด และภาพตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่พลิกกลับมาปรับตัวขึ้น สวนทางกับตลาดหุ้นยุโรป นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงหนุนเงินดอลลาร์อยู่ อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดต่างคงรอติดตาม ผลการเลือกตั้ง Midterms ของสหรัฐฯ ทำให้ การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้น สู่โซน 101.9 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 101.7-102.0 จุด)

ส่วนทองคำ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง กอปรกับ จังหวะปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงสร้างแรงกดดันต่อ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ส่งผลให้ ราคาทองคำยังคงไม่สามารถปรับตัวขึ้นทะลุโซน 3,970 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะย่อตัวลงและแกว่งตัวแถวระดับ 3,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Back to top button