ครม. จัดหนักลดภาษี E20-B20 สูงสุด 5.60 บาท จับตาหุ้นเอทานอล-ไบโอดีเซลวิ่ง

“อนุทิน” เผย ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 ลิตรละ 5.60 บาท และ B20 ลิตรละ 5.50 บาท เป็นเวลา 3 เดือน หวังลดต้นทุนพลังงาน หนุนภาคขนส่งและเกษตรกร เพิ่มความต้องการใช้สินค้าเกษตร จับตาหุ้นกลุ่มเอทานอล BBGI-UBE-TAE และกลุ่มไบโอดีเซล PCE-SMO-VPO-APO


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ต.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง 2 ประเภท ได้แก่ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ลดลงลิตรละ 5.60 บาท และน้ำมันไบโอดีเซล B20 ลดลงลิตรละ 5.50 บาท โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินมาตรการเบื้องต้น 3 เดือน เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนด้านพลังงานให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบธุรกิจขนส่ง และประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการหันมาใช้น้ำมันทั้ง 2 ประเภทเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความต้องการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ และสนับสนุนราคาสินค้าเกษตรให้ปรับตัวดีขึ้น ควบคู่กับการลดต้นทุนด้านพลังงาน

สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการ กระทรวงพลังงานมีกำหนดประชุมในช่วงบ่ายวันนี้ ภายหลังได้รับข้อมูลอัตราภาษีสรรพสามิตที่ ครม. อนุมัติปรับลดแล้ว เพื่อพิจารณารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับราคาจำหน่ายน้ำมันทั้ง 2 ประเภท

นายกรัฐมนตรีระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวจะดำเนินการเป็นระยะเวลาเบื้องต้น 3 เดือน ก่อนที่รัฐบาลจะประเมินผลการดำเนินงานอีกครั้ง โดยย้ำว่า การปรับลดภาษีสรรพสามิตครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะน้ำมัน E20 และ B20 เท่านั้น

สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าจับตาจากมาตรการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายเอทานอล ประกอบด้วย บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI, บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE และบริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE

กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบและไบโอดีเซล ประกอบด้วย บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE, บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO, บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ VPO และบริษัท เอเชียนน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ APO

ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่มดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ต้องติดตามผลจากนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมัน E20 และ B20 โดยผลกระทบต่อแต่ละบริษัทจะขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เชื้อเพลิงและปริมาณคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นภายหลังการดำเนินมาตรการ

Back to top button