KCE กำไร Q3 โต 63% แตะ 485 ล้าน ต่ำกว่าคาด รับขึ้นราคา PCB-มาร์จิ้นฟื้น-FX หนุน

KCE รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 กำไรสุทธิอยู่ที่ 484.62 ล้านบาท โต 62.95% แม้ต่ำกว่าโบรกคาด รับปรับขึ้นราคาแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) หนุนรายได้ มาร์จิ้นฟื้น-ค่าใช้จ่ายลด พ่วงกำไรอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่งวด 9 เดือนแรกกำไร 994.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.24%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 และงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 484.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 297.40 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการปรับเพิ่มราคาขายสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโต ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง แม้ว่าบริษัทจะเผชิญข้อจำกัดด้านการจัดหาวัตถุดิบและปริมาณการส่งมอบแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ลดลงก็ตาม

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้รวมในไตรมาส 3/2569 จำนวน 4,017.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 3,519.90 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 9.32% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายสินค้าอยู่ที่ 3,913.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 3,443.90 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 9.47% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้ 3,574.50 ล้านบาท

ปัจจัยหลักมาจากการปรับเพิ่มราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะทองแดง แผ่นลามิเนต (Laminate) และวัสดุพรีเพรก (Prepreg) ซึ่งบริษัทได้รับความร่วมมือจากลูกค้าในการปรับราคาขาย ส่งผลให้สามารถชดเชยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน แม้ว่าปริมาณการส่งมอบสินค้าจะลดลงจากข้อจำกัดด้านการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบ

นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐยังเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้จากธุรกิจส่งออก โดยบริษัทได้รับผลบวกจากการแปลงค่ารายได้เป็นเงินบาทประมาณ 67.50 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และประมาณ 49.20 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่รายได้อื่นอยู่ที่ 104.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.20 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน

ด้านต้นทุนขายในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 3,041.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,708.20 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาทองแดงในตลาดโลก ซึ่งบริษัทระบุว่าผลกระทบจากราคาทองแดงที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มประมาณ 4.80% ของยอดขายเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดีขึ้น โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.30% เพิ่มขึ้นจาก 21.40% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 18.90% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนผลบวกจากการปรับราคาขายสินค้า รวมถึงความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการจัดหาวัตถุดิบผ่านบริษัท ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ จำกัด (TLM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจผลิตแผ่นลามิเนต ช่วยลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน

ขณะเดียวกัน บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจำนวน 427 ล้านบาท ลดลง 9.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีค่าใช้จ่าย 473.60 ล้านบาท และลดลง 5.09% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง ค่าระวางสินค้า และค่าบรรจุภัณฑ์ที่ลดลงตามปริมาณการส่งมอบสินค้า รวมถึงการปรับประมาณการค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานให้สอดคล้องกับจำนวนพนักงานที่ลดลง

ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ ซึ่งไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษ จำนวน 443.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.85% จาก 291.80 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 83.45% จาก 241.50 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจหลัก

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 994.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 709.34 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับราคาขายสินค้า การบริหารต้นทุน และการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ซึ่งช่วยสนับสนุนผลประกอบการ แม้บริษัทจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน

อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่า การดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 ยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ใยแก้ว (Fiberglass) แผ่นลามิเนต และพรีเพรก เนื่องจากผู้ผลิตวัตถุดิบบางส่วนจัดสรรกำลังการผลิตให้กับสินค้าสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การจัดหาวัตถุดิบสำหรับการผลิต PCB มีข้อจำกัด และกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 แม้โรงงานจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ปัญหาการเดินทางของพนักงานและข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้า ทำให้การผลิตและส่งมอบสินค้าบางส่วนล่าช้า ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 61%

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 บริษัทมียอดคำสั่งซื้อคงค้าง (Order Backlog) ประมาณ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นสินค้าสำเร็จรูปที่เลื่อนกำหนดการจัดส่งประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบริษัทคาดว่าจะทยอยส่งมอบและรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2569

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 บริษัทคาดว่ารายได้จะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความต้องการสั่งซื้อของลูกค้าที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการทยอยส่งมอบคำสั่งซื้อคงค้างจากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทเตือนว่าปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะใยแก้ว แผ่นลามิเนต และพรีเพรก อาจยังส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการส่งมอบสินค้า

นอกจากนี้ ผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นยังไม่สะท้อนในต้นทุนขายของไตรมาส 3/2569 ทั้งหมด เนื่องจากสินค้าบางส่วนที่ส่งมอบในไตรมาสดังกล่าวเป็นสินค้าที่ผลิตไว้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 ซึ่งมีต้นทุนวัตถุดิบต่ำกว่า ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในไตรมาส 4/2569 มีความเสี่ยงปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อบริษัทนำวัตถุดิบที่มีราคาสูงมาใช้ในการผลิตมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเดินหน้าบริหารการจัดหาวัตถุดิบและปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงดำเนินกลยุทธ์ปรับราคาขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและรักษาความสามารถในการทำกำไร พร้อมลงทุนเพิ่มศักยภาพการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ชนิด High-Density Interconnect (HDI) เพื่อรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีขั้นสูงในระยะยาว

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก LSEG Consensus ระบุว่า นักวิเคราะห์ประเมินผลการดำเนินงานของ KCE ในไตรมาส 3/2569 จะมีรายได้รวม 4,230.25 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลประกอบการจริงที่มีรายได้รวม 4,017.30 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด 5.03% ขณะที่กำไรสุทธิ 484.62 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด 15.38 ล้านบาท หรือ 3.08% ส่วนประมาณการผลการดำเนินงานตลอดปี 2569 คาดว่าจะมีรายได้รวม 15,175.16 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,439.90 ล้านบาท โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 78 บาทต่อหุ้น จากการประเมินของนักวิเคราะห์ 13 บริษัทหลักทรัพย์

Back to top button