“ฟินันเซีย” มอง UPA ปี 64 “เทิร์นอะราวด์” เชียร์ซื้อเป้า 0.42 บ. อัพไซด์เฉียด 70%


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำเกี่ยวกับหุ้น บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ UPA โดยฝ่ายวิจัยเริ่มต้นการวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” การเข้าลงทุน 80% ในโรงไฟฟ้าโซลาร์เวียดนาม 46.7MW เมื่อ ธ.ค.63 บวกกับโซลาร์สหกรณ์ในประเทศที่มี อยู่ 7.95MW และโครงการผลิตน้ำประปาในสปป.ลาว เพียงพอให้ UPA พลิกเป็นกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/64

นอกจากนี้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 200MW ที่เมียนมาคาดว่าจะเข้ามาเพิ่มรายได้อย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2567 เราคาดกำไรสุทธิปี 2564 – 66 โตเฉลี่ย 5.9% CAGR จาก 26.4 ล้านบาทในปี 64 เป็น 29.5 ล้านบาทปี 66 ก่อนยกฐานขึ้นเป็นกว่า 400 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 67 ประเมินราคาเหมาะสม 0.42 บาท (DCF, WACC 9.4%)

โดยประมาณการของฝ่ายวิจัยยังไม่รวมธุรกิจกิจอสังหาริมทรัพย์ (คอนโดที่เขาใหญ่เหลือขาย 21 ยูนิต และที่ดินพร้อมขายที่พังงา) และโอกาสต่อยอดการลงทุนในโรงไฟฟ้า ทั้งในประเทศและ CLMV ที่กำลังศึกษาสถานะ รวมถึง One Central Tower ที่ดินที่มีศักยภาพในพนมเปญ

คาดพลิกเป็นกำไรตั้งแต่ไตรมาส 1/64 จากการรวมโรงไฟฟ้า Song Luy

การซื้อกิจการ AIDC Solar Power Number 1 เป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 63 เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ผลประกอบการของ UPA พลิกเป็นกำไรตั้งแต่ไตรมาส 1/64 เพราะทำให้บริษัทได้เข้าไปถือหุ้น 80% ในโรงไฟฟ้าโซลาร์ Song Luy ประเทศ เวียดนาม ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่มีกำไรแล้ว มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี กำลังการผลิต 46.7 MW อย่างไรก็ตาม คาด UPA จะยังขาดทุน 13.3 ล้านบาทในไตรมาส 4/63 แม้จะรวมโรงไฟฟ้า Song Luy เข้ามา 1 เดือนใน ธ.ค.63 แต่ไม่มากพอจะสร้างกำไรได้

คาดกำไรปี 2564-66 เติบโตเฉลี่ย 5.9% CAGR

ปัจจุบัน UPA ประกอบธุรกิจพลังงาน มีโครงการโซลาร์สหกรณ์ในไทย 7.95 MW และโรงไฟฟ้า Song Luy เวียดนาม 46.7 MW (ถือ 80%) มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2 โครงการคือเดอะพีโน่ เขาใหญ่ ที่เหลืออยู่ 21 ยูนิต และที่ดินพร้อมขายที่ จ.พังงา และมีธุรกิจสาธารณูปโภค

โดยถือหุ้น 18% ในโครงการผลิตน้ำประปาให้รัฐวิสาหกิจ น้ำประปานครหลวงของ สปป.ลาว การเติบโตในปี 2564-66 จะมาจากโรงไฟฟ้าใน ไทยและเวียดนามเป็นหลักซึ่งมีกำลังผลิตรวม 45.3 Equity MW เราคาดกำไรในช่วง 3 ปีนี้เท่ากับ 26.4 ล้านบาท 27.7 ล้านบาท และ 29.5 ล้านบาท ตามลำดับ +5.9% CAGR ส่วนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 200 MW ที่เมียนมาจะเข้ามาต่อยอดรายได้ปี 67 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ประมาณการของฝ่ายวิจัยยังไม่รวมการขายคอนโดเดอะพีโน่ เขาใหญ่ ที่ดินในพังงา และโอกาสที่บริษัทจะได้ลงทุนในธุรกิจพลังงานเพิ่ม ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษา สถานะในหลายโครงการทั้งในประเทศและในกลุ่ม CLMV

โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 200MW ที่เมียนมาจะต่อยอดรายได้ตั้งแต่ปี 67

โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ กำลังผลิต 200MW ในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ใช้เวลาการก่อสร้างราว 3 ปี คาด COD ในปี 67 จะช่วยต่อยอดรายได้ของ UPA ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเมียนมา เป็นแหล่งลงทุนที่มีศักยภาพสูงในอาเซียน เปิดโอกาสให้บริษัทต่อยอดการลงทุนในเมียนมาต่อไป ประเมินมูลค่าเหมาะสม 0.42 บาท

โดยเราประเมินราคาเหมาะสมของ UPA ที่ 0.42 บาทจากวิธี DCF ของโรงไฟฟ้า 3 แห่ง ได้แก่โซลาร์สหกรณ์ 7.95 MW โรงไฟฟ้าโซลาร์ Song Luy เวียดนาม 46.7 MW (ถือ 80%) และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่เมียนมา 200 MW (ตั้งสมมติฐาน UPA ถือ 51%)

ทั้งนี้ ยังไม่ได้รวม Hidden assets เช่น ที่ดินที่บริษัทลงทุนในกัมพูชา และที่ดิน ที่โครงการพังงา ราคาหุ้นปัจจุบันที่ 0.22 บาท มี PBV 2564 เพียง 0.53 เท่า หรือ -0.9SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปี แนะนำ “ซื้อ”

 

อนึ่งวานนี้ (19 ม.ค.64) ราคาหุ้น UPA ปิดที่ระดับ 0.25 บาท ลบ 0.02 บาท หรือ 7.41% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 53.89 ล้านบาท

Back to top button