เสิร์ฟ 4 เมนู หุ้นเกษตร-อาหารพีอี-พีบีวีต่ำ พร้อมปันผลเกิน 3%


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร โดยใช้เกณฑ์คัดเลือกจาก บจ. ที่มีอัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ,อัตราส่วนราคาปิดต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV) ต่ำกว่าตลาด และ Dividend Yield สูงกว่าตลาด ซึ่ง SET ณ ราคาปิดวันที่ 15 ก.พ.59 ค่าเฉลี่ย P/E อยู่ที่ 21.91 เท่า ,P/BV อยู่ที่ 1.73 เท่า และ Yield อยู่ที่ 3.37%

 

รายชื่อ บจ.ที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว และเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่อง

ตารางประกอบข่าว: ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รวบรวมข้อมูล

 

อันดับแรกบริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม น้ำมันพืช ไขมันพืชผสม และเนยเทียม ผักและผลไม้แช่แข็งหรือบรรจุกระป๋อง น้ำผลไม้ กาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ และซอสปรุงรส ซึ่ง P/E ณ วันที่ 15 ก.พ.59 อยู่ที่ 10.15 เท่า ขณะเดียวกันมี P/BV อยู่ที่ 1.14 เท่า ด้าน Dividend Yield สูงถึง 5.05%

อันดับที่ 2บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราครบวงจร ทั้งยางธรรมชาติ ยางแผ่นรมควัน (RSS) ยางแท่ง (TSR) และน้ำยางข้น ซึ่ง P/E ณ วันที่ 15 ก.พ.59 อยู่ที่ 11.19 เท่า ขณะที่ P/BV ต่ำกว่า 1 อยู่ที่ 0.62 เท่า ด้าน Dividend Yield อยู่ที่ 3.88%

อันดับที่ 3บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT ผู้ประกอบธุรกิจการเกษตรครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่ปู่ย่าพันธุ์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่พ่อแม่พันธุ์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ธุรกิจชำแหละและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ ซึ่ง P/E ณ วันที่ 15 ก.พ.59 อยู่ที่ 13.18 เท่า ขณะที่ P/BV อยู่ที่ 1.65 เท่า ด้าน Dividend Yield อยู่ที่ 3.42%

อันดับที่ 4บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ผู้ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร อาทิธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ ซึ่ง P/E ณ วันที่ 15 ก.พ.59 อยู่ที่ 14.48 เท่า ขณะที่ P/BV อยู่ที่ 1.23 เท่า ด้าน Dividend Yield อยู่ที่ 3.89%

 

อนึ่ง ค่าเฉลี่ย P/E เป็นตัวบอกมูลค่าของหุ้น ซึ่งหุ้นที่มี P/E ต่ำ นั้นคือหุ้นที่ยังมีราคาต่ำอยู่มาก เมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ส่วนหุ้นที่มี P/E สูง คือหุ้นที่มีราคาสูงเกินไป เมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ผู้ลงทุนจึงมีความเสี่ยงสูงกว่าในการลงทุนในหุ้นที่มีค่า P/E สูง

ขณะเดียวกัน P/BV หมายถึงอัตราส่วนระหว่างราคาหุ้น (P) กับมูลค่าทางบัญชีของกิจการ (BV) ซึ่ง BV หรือ Book Value ทั้งนี้หุ้น P/BV ยิ่งต่ำจะยิ่งน่าสนใจ โดยตัวเลขมาตรฐานที่มักจะใช้เป็นฐานก็คือ 1 เท่า หากสามารถซื้อหุ้นที่มีค่า P/BV น้อยกว่า 1 ได้ก็หมายความว่านักลงทุนสามารถซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัท

ส่วน Dividend Yield เป็นค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนปันผล ซึ่งคำนวณจากการจ่ายเงินปันผลในอดีตในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ไม่สามารถรับรองได้ว่าการจ่ายเงินปันผลจะเหมือนเดิมในอนาคต

 

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ การตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

Back to top button