AWC โชว์งบปี 68 รายได้ 2.3 หมื่นลบ. ออนไทม์ไฮ รับ “เอเชียทีค” แรงยอดบัตร Jurassic 3 แสนใบ

AWC ประกาศผลงานปี 2568 ทำสถิติสูงสุดใหม่ รายได้รวม 23,065 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,388 ล้านบาท เคาะปันผล 0.08 บาทต่อหุ้น รับแรงหนุนธุรกิจคอมเมอร์เชียล โดยเฉพาะเอเชียทีคที่ยอดบัตร Jurassic World ทะลุ 3 แสนใบ พร้อมเดินหน้าโครงการแฟลกชิปปี 2569 รับท่องเที่ยวฟื้นตัว


นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยบริษัทมีรายได้รวม 23,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8 จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 6,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 จากปีก่อน ขณะที่มูลค่าพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพขยายตัวสู่ 218,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.0 จากปีก่อน พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 0.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 จากปีก่อน

บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 0.89 เท่า สะท้อนโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคง รองรับแผนการลงทุนและการเติบโตของทรัพย์สินดำเนินงานในระยะยาว

ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากการขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ควบคู่โมเดล AWC’s Lifestyle Destination ที่มุ่งยกระดับทรัพย์สินสู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับโลก

สำหรับกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล มีรายได้รวม 9,602 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 6.9 จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ภายหลังเปิดประสบการณ์ระดับโลก Jurassic World: The Experience และเครื่องเล่น SkyFlyers: Wings of Garudapterus ส่งผลให้ยอดจำหน่ายบัตร Jurassic World: The Experience มากกว่า 300,000 ใบ นับตั้งแต่เปิดในเดือนสิงหาคม 2568

จำนวนผู้เข้าใช้บริการโครงการเอเชียทีคเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเปิด Jurassic World: The Experience ส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 80 จากร้อยละ 71 ในปีก่อนหน้า และผลักดันรายได้ค่าเช่าเติบโตร้อยละ 22.8 จากปีก่อน

ขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ มีรายได้รวม 12,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 47 เมื่อเทียบกับปี 2562 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดโรงแรมใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ Meliá Pattaya Hotel, Jubilee Prestige Tower และ Pattaya Marriott Resort & Spa ซึ่งสร้างรายได้เพิ่มกว่า 720 ล้านบาท

โรงแรมรีสอร์ทระดับลักชัวรีในจังหวัดเชียงใหม่ เกาะสมุย และกระบี่ ยังสร้างผลการดำเนินงานโดดเด่น โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เชียงใหม่เติบโตร้อยละ 10.4 เกาะสมุยเติบโตร้อยละ 7.2 และกระบี่เติบโตร้อยละ 5.6 จากปีก่อน

รายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอยู่ที่ 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 จากปีก่อน โดย EA Rooftop at The Empire สร้างรายได้กว่า 444 ล้านบาท

สำหรับปี 2569 บริษัทระบุว่ามีสัญญาณฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน สะท้อนผ่านรายได้จากยอดจองห้องพักล่วงหน้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปีก่อน โดยเฉพาะเชียงใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เกาะสมุยร้อยละ 16 กระบี่ร้อยละ 13 และหัวหินร้อยละ 12

บริษัทเตรียมเปิดตัว Fairmont Bangkok Sukhumvit ในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์แฟร์มอนท์แห่งแรกของไทย รวมถึงเตรียมเปิดโครงการ ลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ และอาคารเฮอริเทจร่วมสมัยภายใต้โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช เพื่อสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

ในปี 2568 AWC ได้รับการจัดอันดับ Top 1% ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในกลุ่มอุตสาหกรรม Hotels, Resorts & Cruise Lines พร้อมได้รับ MSCI ESG Ratings ระดับ AAA และ SET ESG Rating ระดับ AAA สะท้อนการดำเนินธุรกิจภายใต้มาตรฐานสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลระดับสูง

Back to top button